พระราชอารมณ์ขันที่บันทึกลงในหัวใจนักเรียนวังไกลกังวล

a13


     ภาพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ประทับอยู่เบื้องหน้าเหล่านักเรียนโรงเรียนวังไกลกังวล พระองค์ทรงสอนและรับสั่งกับบรรดานักเรียนอย่างไม่ถือพระองค์ ยังคงเป็นภาพแห่งความประทับใจที่ยังติดตาประชาชนอยู่จนทุกวันนี้

     แต่กระนั้นแล้วความประทับใจที่ว่านี้ คงไม่มีใครรับรู้ความรู้สึกได้ดีกว่าบรรดานักเรียนโรงเรียนวังไกลกังวล จ.ประจวบคีรีขันธ์ กลุ่มหนึ่งที่ได้ตามเสด็จฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอย่างใกล้ชิด

     เยาวชนเหล่านั้นได้รับรู้และซาบซึ้งในพระอิริยาบถของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 9) ในฐานะที่พระองค์ทรงเป็น ”ครู” ของแผ่นดิน  


(คลิปศึกษาทัศน์ ตอน ตามเสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรกิจการฝนหลวง)


     เหตุที่มีโอกาสได้ตามเสด็จฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 9) อย่างใกล้ชิดนั้น เพราะเยาวชนกลุ่มนี้เป็นเยาวชนกลุ่มแรกๆ ที่มีโอกาสได้ทำรายการศึกษาทัศน์

     ซึ่งเป็นรายการที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานรายการสารคดีโทรทัศน์เพื่อการศึกษาและพระราชทานชื่อว่า ”ศึกษาทัศน์” ซึ่งออกอากาศตอนแรก เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2543

     โดยเป็นสารคดีทางโทรทัศน์ ด้านการศึกษา รูปแบบของการทำรายการ คือ การพานักเรียนจากโรงเรียนวังไกลกังวลไปทัศนศึกษาและเรียนรู้เรื่องราวต่างๆ ตามสถานที่จริง พร้อมทั้งให้นักเรียนที่ร่วมรายการได้มีส่วนร่วมในการเรียนรู้เรื่องนั้นๆ เพื่อนำเสนอเนื้อหาสาระต่างๆ

     เช่น โครงการตามพระราชดำริ เรื่องราวของภูมิปัญญามนุษย์ ศิลปหัตถกรรม การเกษตร เทคโนโลยี วัฒนธรรม และวิถีการดำเนินชีวิตมนุษย์

     ที่สำคัญในหลายๆ ตอน ของการบันทึกรายการ นักเรียนจากโรงเรียนวังไกลกังวลมีโอกาสได้ตามเสด็จฯ พระองค์ท่านอย่างใกล้ชิด ไม่ว่าจะเป็นการตามเสด็จฯ ที่โรงเรียนเทศบาลบ้านเขาเต่า ในโครงการดูแลรักษาดิน หรือที่สถาบันการบินพลเรือน อำเภอหัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ โครงการฝนหลวง และโครงการปลูกป่า ปตท.ที่ปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

       น.ส.ทิพยวรรณ ศุภกิจถาวร ”ส้ม” อายุ 16 ปี นักเรียนชั้นมัธยมปีที่ 5 โรงเรียนวังไกลกังวล ให้สัมภาษณ์ว่า มีโอกาสได้ตามเสด็จฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 9) ทั้ง 3 ครั้ง ความรู้สึกทั้ง 3 ครั้ง ไม่ต่างกันเลย ยังคงตื่นเต้น และรู้สึกตื้นตันทุกครั้ง ตนไม่เคยนึกว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระมหากษัตริย์ที่อยู่สูงสุด จะทรงมาเป็นครูและรับสั่งสอนตนอย่างใกล้ชิด

      ”เป็นความประทับใจอย่างที่สุดของชีวิต ส้มมีโอกาสได้ตามเสด็จฯ ไปที่เขาเต่า ไปที่โครงการฝนหลวง และไปที่ปราณบุรี พระองค์ทรงเป็นครูที่รับสั่งสอนหลายอย่าง ในครั้งแรกที่มีโอกาสได้ตามเสด็จฯ พระองค์ท่านรับสั่งสอนเรื่องดิน ทรงใช้ศัพท์ง่ายๆ ทรงสอนพวกเราอย่างไม่ถือพระองค์เลย นักเรียนที่ตามเสด็จฯก็ก้มหน้าก้มตาจดในสิ่งที่พระองค์รับสั่งสอนกันยกใหญ่ สักพักในหลวงทรงถามว่า ที่จดกันน่ะเข้าใจหรือเปล่า แล้วก็ทรงยิ้ม พระองค์ทรงรับสั่งสอนอยู่นานหลายชั่วโมงโดยที่พระองค์ไม่ทรงเหน็ดเหนื่อยเลย”

      น.ส.ทิพยวรรณ ยังกล่าวอีกว่า การได้ตามเสด็จฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว(รัชกาลที่ 9) ทำให้ตนได้เห็นการทำงานที่ทรงเหน็ดเหนื่อยของพระองค์ ไม่ว่าจะดึกดื่น ค่ำคืน หรือพระองค์ทรงเหน็ดเหนื่อยแค่ไหน แต่ถ้างานของพระองค์ท่านทรงทำอยู่ยังไม่เสร็จ พระองค์ท่านจะทรงทำให้เสร็จในที่สุด พระองค์ท่านทรงไม่ผลัดวันประกันพรุ่ง ตรงนี้ตนได้นำมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันด้วย ที่สำคัญการที่ได้มาเรียนที่โรงเรียนวังไกลกังวล ซึ่งเป็นโรงเรียนของพระองค์ท่าน ตนจึงตั้งใจไว้แล้วว่าจะตั้งใจเรียน และจะเป็นคนดีให้สมกับที่พระองค์ท่านพระราชทานโอกาสให้พวกเรามีโรงเรียนเรียน

      สำหรับในวันที่ 5 ธันวาคมของทุกปี สิ่งที่ตนหมั่นทำเป็นประจำทุกปี คือการร่วมถวายพระพร พร้อมทั้งนึกไว้ในใจเสมอว่าจะเป็นคนดี จะทำดี

      ”ส้มไม่มีพ่อแม่ แล้วจะนึกเสมอว่า พระองค์ก็เปรียบเสมือนพ่อ และยังเป็นพ่อของคนทั้งแผ่นดินด้วย ทุกปีที่วันพ่อเวียนมาถึงจะบอกตัวเองเสมอว่า เราต้องเป็นคนดีและต้องรู้จักทำประโยชน์ให้เกิดกับแผ่นดินด้วยเพื่อพระองค์ท่าน เหมือนอย่างที่พระองค์ท่านได้ทรงทำเพื่อประชาชนอย่างไม่รู้จักทรงเหน็ดเหนื่อย”

a14


      น.ส.สุคนธ์ทิพย์ สุกสี อายุ 16 ปี ”แพร” นักเรียนชั้นมัธยมปีที่ 5 ซึ่งมีโอกาสได้ตามเสด็จฯทั้ง 3 ครั้ง ให้สัมภาษณ์ว่า ก่อนที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 9) จะเสด็จฯมาถึงตนรู้สึกตื่นเต้นเป็นที่สุด แต่เมื่อพระองค์เสด็จฯ ถึงความรู้สึกก็เปลี่ยนเป็นความตั้งใจที่จะเรียนรู้และจดจำในสิ่งที่พระองค์ท่านทรงรับสั่งสอนพวกเรา ไม่เคยคิดมาก่อนว่าเบื้องหน้าของตนที่รับสั่งสอน คือ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ไม่เคยคิดมาก่อน เพราะรู้ว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระราชกรณียกิจมากมาย การที่พระองค์ทรงมาเป็นครูรับสั่งสอนพวกเรา เวลาที่ตามเสด็จฯ จึงนับเป็นพระมหากรุณาธิคุณเป็นอย่างมาก

      ”พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเหมือนกับครูของแผ่นดิน จากการได้ใกล้ชิดพระองค์ท่าน ทำให้เห็นความตั้งพระทัยของพระองค์ท่าน ตอนที่ได้ตามเสด็จฯมีอยู่ครั้งหนึ่งพระองค์ทรงรับสั่งกับพวกเราทุกคน จะเรียนอะไรก็เรียนให้จริงจัง เรื่องของการจดก็จดเพื่อทำความเข้าใจไม่ใช่แต่เพียงท่องจำ”

      น.ส.สุคนธ์ทิพย์ ยังบอกถึงความประทับใจในพระราชอารมณ์ขันของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 9) ด้วยว่า ตลอดเวลาที่พระองค์ท่านทรงรับสั่งสอน มีพระอารมณ์ขันแทรกขึ้นมาเพื่อให้นักเรียนไม่เครียดด้วย

      อย่างเช่น มีอยู่ครั้งหนึ่งพระองค์ท่านหันมาทรงถามก่อนที่การบันทึกเทปรายการศึกษาทัศน์จะเสร็จ ว่าต้องมีการพูดปิดรายการด้วยหรือเปล่า

      หรืออย่างตอนที่ไปโครงการฝนหลวง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงฉลองพระองค์ที่มีตัวอักษรปักว่า ”ฝล.” พระองค์ตรัสถามว่ารู้ไหมย่อมาจากอะไร พวกเราก็ตอบพระองค์ท่านว่า ฝนหลวง แต่พระองค์ท่านทรงบอกไม่ใช่ ย่อมาจาก ”ฝูงลิง” พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานความเป็นกันเอง พวกเราที่ได้ยินต่างก็ประทับใจกันมาก

      เธอยังเล่าต่อว่า มีอยู่ครั้งหนึ่ง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 9) ทรงรับสั่งเตือนตนว่า ทีหลังอย่าเล่นไดร์ไฮซ์ มันอันตราย พระองค์ท่านตรัสเช่นนี้เพราะทอดพระเนตรรายการศึกษาทัศน์ตลอด เนื่องจากก่อนหน้านี้ตนเคยนำไดร์ไอซ์มาประกอบการทำฝนหลวง ซึ่งก็แสดงว่าพระองค์ท่านทอดพระเนตรรายการศึกษาทัศน์อยู่เป็นประจำ ทรงละเอียดมาก

      แพรยังกล่าวอีกว่า สิ่งหนึ่งที่อยู่ในความคิดของเธอเสมอ คือ เมื่อมีโอกาสเราต้องรู้จักตอบแทนบุญคุณของแผ่นดิน

a15


      อีกหนึ่งหนุ่มศิษย์เก่าโรงเรียนวังไกลกังวล นายศุภไชย ยอดแขก ”เขียด” อายุ 19 ปี นักศึกษามหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ปี 1 คณะศิลปศาสตร์ เอกภาษาอังกฤษธุรกิจ ให้สัมภาษณ์ว่า รู้สึกภาคภูมิใจที่ได้ตามเสด็จฯ ได้ความรู้เรื่องดิน ทรงสอนเรื่องชั้นดินแต่ละชั้น พระองค์ท่านมีพระอัจฉริยะมาก ทรงรู้ทุกเรื่องไม่ว่าจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ เกษตรกรรม

      ”พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงทุ่มเทพระวรกายเพื่อประชาชนโดยที่พระองค์ไม่ทรงเหน็ดเหนื่อย จากการที่ได้ตามเสด็จฯ ทำให้รู้สึกว่าพระองค์ท่านทรงเก่งมากในทุกๆ เรื่อง มีอยู่ครั้งหนึ่ง ตอนตามเสด็จฯเรื่องโครงการดิน พระองค์ทรงเรียกคนมาถามข้อมูลเกี่ยวกับชั้นดินว่าบริเวณนี้ลึกเท่าไร แต่คนที่ถูกเรียกมาไม่สามารถตอบได้ พระองค์ทรงกางแผนที่เพื่อชี้วิธีการหาคำตอบ ผมเห็นแล้วรู้สึกภูมิใจในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเป็นอย่างมาก ที่เกิดมาบนแผ่นดินของพระองค์ พระองค์ทรงสนพระทัยทุกเรื่องที่เกี่ยวกับการพัฒนาประเทศ” 

       นายศุภไชย กล่าวอีกว่า การตามเสด็จฯ แทบทุกครั้งจะได้เห็นพระอารมณ์ขันของพระองค์เสมอ ๆ อย่างเมื่อครั้งตามเสด็จฯ โครงการฝนหลวง พระองค์ทรงหยิบอัลบั้มรูปสุนัขคุณทองแดง เอาขึ้นมาให้พวกเราดู มีรูปตั้งแต่ตัวเล็กๆ และมีลูกของคุณทองแดงทั้ง 9 ตัวด้วย พระองค์ท่านทรงเล่าให้ฟังพร้อมทั้งทรงหัวเราะด้วย และมีอีกครั้งตอนที่ตามเสด็จฯ ครั้งแรก หลังจากเสร็จงานไม่นึกว่าพระองค์ท่านจะเรียกพวกเรามาฉายพระรูปกับพระองค์ท่าน ซึ่งถือว่าเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างมาก

      ข้อคิดสำคัญ ที่ศุภชัยได้รับจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว คือ พระองค์ทรงรับสั่งถามว่า ”ทุกคนเรียนอะไร” ทรงชี้มาที่ผม ผมตอบว่าเรียนศิลป์ ฝรั่งเศส พระองค์ท่านรับสั่งว่า ไม่เป็นไร เรียนอะไรก็ไม่สำคัญ ขอให้เรียนให้จบ”

      “ที่สำคัญ ตรัสย้ำว่าให้เอาความรู้ที่ได้เข้าไปในชนบท และก็ให้เราเข้าไปเรียนรู้ในชนบทด้วย ซึ่งเราเข้าไปแลกเปลี่ยนกัน ไม่ใช่ให้เป็นครูแต่ให้ไปแลกเปลี่ยนกัน”

      การได้ตามเสด็จฯ สิ่งที่ตั้งใจทำ คือ เราต้องรักษาความดีเอาไว้ ผมคิดว่า การเป็นคนดีไม่ยาก แต่การที่จะรักษาความดีไว้ให้ได้เป็นเรื่องที่ยากกว่า อยากให้ทุกคนตระหนักว่าเราเกิดบนแผ่นดินไทย มีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ปกครองแผ่นดิน อยากให้ทำสิ่งดีๆ เพื่อตอบแทนแผ่นดินไทยบ้าง

      นี่คือ ความประทับใจของนักเรียนทุนพระราชทาน มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ จากโรงเรียนวังไกลกังวล ที่ได้มีโอกาสตามเสด็จฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รวมทั้งยังได้รับคำสอนดีๆ จากพระองค์ท่านอีกด้วย 

 …………………………….


ที่มา: มติชนรายวัน ฉบับที่ 9401 วันที่ 5 ธันวาคม 2546 , คลิปศึกษาทัศน์ ตอน ตามเสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรกิจการฝนหลวง ยูทูปจากคุณ Point Break

ใส่ความเห็น

© Copyright 2017 Welovethaiking.com , all rights reserved