พระราชประวัติโดยสังเขป



เมื่อครั้งทรงพระเยาว์015                  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชสมภพเมื่อวันจันทร์ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ.2470ณ โรงพยาบาลเมาต์ออเบิร์น เมืองเคมบริดจ์มลรัฐแมสซาซูเซตส์สหรัฐอเมริกาทรงเป็นพระราชโอรสองค์เล็กในสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก (พระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว)กับสมเด็จพระศรีนครินทรา บรมราชชนนี (เดิมทรงพระอิสริยยศเป็นสมเด็จพระราชชนนีศรีสังวาลย์)ทรงมีพระเชษฐภคินี คือ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาส ราชนครินทร์ และพระบรมเชษฐาธิราช คือ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล




เมื่อครั้งทรงพระเยาว์009              ในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2471พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้โดยเสด็จสมเด็จพระบรมราชชนก และสมเด็จพระบรมราชชนนี เสด็จจากสหรัฐอเมริกานิวัตประเทศไทยเป็นครั้งแรกครั้นเมื่อ24กันยายนพ.ศ. 2472สมเด็จพระบรมราชชนกก็เสด็จสวรรคต ณ กรุงเทพมหานครจนกระทั่งในปี พ.ศ. 2476 จึงได้โดยเสด็จพระบรมราชชนนี พร้อมกับพระเชษฐภคินี และพระบรมเชษฐาธิราชไปประทับ ณ ตำหนักวิลล่าวัฒนา เมืองโลซานน์ ประเทศสวิสเซอร์แลนด์


            ในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2481 ได้โดยเสด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดลนิวัติประเทศไทยเป็นครั้งที่สองประทับ ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐานประมาณ 3 เดือน จึงโดยเสด็จกลับไปทรงศึกษาต่อที่ประเทศสวิสเซอร์แลนด์



เสด็จนิวัตประเทศไทยครั้งที่2


พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล และพระราชอนุชา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช            ในเดือน พฤศจิกายน พ.ศ. 2488 ได้โดยเสด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล พร้อมกับ สมเด็จพระบรมราชชนนี และสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ นิวัตประเทศไทยเป็นครั้งที่สาม ประทับ ณ พระที่นั่งบรมพิมานในพระบรมมหาราชวังในระหว่างที่ประทับอยู่ในประเทศไทย2ครั้งหลังนี้ได้โดยเสด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล เสด็จพระราชดำเนินไปทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจต่างๆ ตลอดมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือการเสด็จไปทรงเยี่ยมราษฎรทั้งในกรุงเทพและต่างจังหวัดหลายครั้ง


           ครั้นในวันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2489 พระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดลเสด็จสวรรคตโดยกระทันหัน รัฐสภามีมติเป็นเอกฉันท์กราบทูลเชิญขึ้นครองสิริราชสมบัติ สืบราชสันตติวงศ์ เฉลิมพระปรมาภิไธยว่า “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช” ต่อมาเมื่อวันที่ 19 สิงหาคมพ.ศ. 2489ได้เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระบรมราชชนนีและสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ กลับไปยังประเทศสวิสเซอร์แลนด์อีกครั้งหนึ่ง เพื่อทรงศึกษาต่อ คราวนี้ทรงเลือกศึกษาวิชากฎหมายและการปกครองแทนวิชาวิทยาศาสตร์ที่เคยทรงศึกษาแต่เดิม เพื่อให้สอดคล้องกับพระราชภาระที่ต้องทรงรับในฐานะพระมหากษัตริย์ของประเทศ



               ทรงประสบอุบัติเหตุในวันที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2491 เมื่อรถยนต์พระที่นั่งที่ทรงขับชนกับรถยนต์บรรทุกขนาดใหญ่ บริเวณริมทะเลสาปเยนีวาทรงได้รับบาดเจ็บที่พระเศียร พระพักตร์และพระเนตรด้านขวา ต้องประทับรักษาพระอาการประชวรเป็นเวลา 5 เดือน จึงมีพระพลานามัยดีเหมือนเดิม



            ในเดือน กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2493 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จนิวัตประเทศไทยเป็นครั้งที่สี่ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้จัดพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล ในวันที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2493


ราชาภิเษกสมรส            ต่อมาเมื่อวันที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2493 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดงานพระราชพิธีราชาภิเษกสมรสกับหม่อมราชวงศ์ สิริกิติ์กิติยากร ณ วังสระปทุม พร้อมกับทรงสถาปนาเป็นสมเด็จพระราชินีสิริกิติ์ และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษกตามโบราณราชประเพณีขึ้น เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม2493 ณ พระที่นั่งไพศาลทักษิณ ในพระบรมมหาราชวัง เฉลิมพระปรมาภิไธยเป็น“พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร”ในโอกาสนั้นได้ทรงมีพระบรมราชโองการว่า เราจักครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยามและทรงสถาปนาสมเด็จพระราชินีสิริกิติ์ เป็น สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินี


เสด็จขึ้นครองราชย์




                เมื่อวันที่22ตุลาคมพ.ศ. 2499พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จออกทรงผนวช ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดารามและประทับจำพรรษาที่วัดบวรนิเวศวิหาร เป็นเวลา 15 วัน โดยมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินี ทรงเป็นผู้สำเร็จราชการแผ่นดินแทนพระองค์



ในหลวง                  ตลอดเระยะวลา60 กว่าปี ของการครองราชย์ได้ทรงอุทิศพระองค์ ให้แก่ ประเทศชาติ และประชาชนชาวไทยมาโดยตลอด ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานัปปะการในการบำบัดทุกข์บำรุงสุขและใช้เวลาส่วนพระองค์เสด็จเยี่ยมประชาชนในทุกภูมิภาคของประเทศ โดยทรงใช้เวลาอยู่กับประชาชนครั้งละนานๆ อย่างใกล้ชิด จึงทรงตระหนักในปัญหาต่างๆ ของประชาชน ซึ่งได้พระราชทานพระราชดำริให้หน่วยราชการที่เกี่ยวข้องรับไปดำเนินการแก้ปัญหา รวมทั้งทรงพระกรุณาพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ ในโครงการต่างๆที่ทรงเห็นว่าเป็นประโยชน์กับประเทศชาติและประชาชน ันเป็นที่มาของโครงการตามพระราชดำริหลายโครงการที่เกิดขึ้นตามสถานที่ต่างๆ ทั่วประเทศ




หนึ่งความคิดบน “พระราชประวัติโดยสังเขป

  1. Pingback: pligg.com

  2. Pingback: doogdigg.com

  3. ทรงพระเจริญ
    พระนามของในหลวงของคนเราชาวไทย เป็นพระนามที่ยาวที่สุดในโลก คือ
    พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช มหิตราธิเบศร์รามาธิบดี จักรีนฤบดี สยามมินทราธิราช บรมนาถบพิตร

ใส่ความเห็น

© Copyright 2017 Welovethaiking.com , all rights reserved