พระราชาเป็นสง่าของแผ่นดิน..พระราชทานสัมภาษณ์




      ทุกครั้งที่มีวิกฤติคนไทยจะนึกถึงพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 เพราะมีความศรัทธาว่าพระองค์ในฐานะที่ทรงดำรงอยู่ในความเที่ยงธรรมจะช่วยนำพาชาติให้พ้นภัยได้

      แต่ระยะหลัง มีขบวนการที่พยายามให้คนไทยเข้าใจผิดถึงบทบาทและฐานะของพระองค์ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องพระราชอำนาจ เรื่องความควรมิควรที่พระองค์จะแสดงความเป็นในทางการเมือง หรือเรื่องนายกพระราชทาน ไม่ว่าเรื่องอะไรที่เกี่ยวข้องกับพระมหากษัตริย์จะมีการตีความไปต่างๆ นาๆ ทำให้มีคนเข้าใจถูกบ้างผิดบ้างอย่างเปะปะ จับต้นชนปลายไม่ถูก

      คนไทยสมัยใหม่ไม่ได้รับการปลูกฝัง  หรือการศึกษาที่ถูกต้อง  ทำให้ไม่เข้าใจพระมหากษัตริย์อย่างถูกต้องถ่องแท้  ทั้งๆ ที่คนไทยส่วนมาก  เกิดและอาศัยอยู่อย่างร่มเย็นภายใต้พระบรมโพธิสมภารของแผ่นดินแห่งรัชกาลที่ 9

      อยากจะให้ลองย้อนกลับไปอ่านคำสัมภาษณ์ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชฯ พระราชทานให้กับนิตยสาร Leaders (เมษายน-มิถุนายน 1982) แล้วลองไตร่ตรองอย่างช้าถึงพระราชดำรัสของบทบาทและหน้าที่ของพระมหากษัตริย์ จะทำให้เราเข้าใจและซาบซึ้งถึงพระปรีชาสามารถและความเป็นพระราชาผู้ประเสริฐยิ่งของคนไทย และของสากลโลก

      ผมอาสาแปล(แปลผิดแปลถูกอย่างไร ขออภัยไว้ ณ ที่นี้) บทที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (ร.9) พระราชทานสัมภาษณ์ให้แก่นิตยสาร Leaders นี้ ในหัวข้อ “Give More, Take Less: An Interview with His Majesty King Bhumibol Adulyadej, Kingdom of Thailand” ซึ่งเอาลงไปตีพิมพ์ในหนังสือThe King of Thailand in World Focus มาให้ได้อ่านกัน

      เพื่อฟื้นฟูความรู้ และความเข้าใจในพระราชาผู้เป็นที่รักใคร่ของคนไทย


………………………..


      คำถาม : เนื่องจากความเป็นกษัตริย์ของพระองค์ พระองค์ทรงเป็นที่เคารพรักของประชาชนมากกว่าความเป็นพระมหากษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญ พระองค์มีอำนาจ อาจจะเป็นอำนาจของความรัก ข้อนี้ถูกหรือไม่เพียงใดพะยะค่ะ?

      ในหลวง ร.9 ทรงมีพระราชดำรัสตอบ : ก่อนอื่นเราต้องดูหลักของราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญ ซึ่งเรียบง่ายมาก หลักอันนี้บอกว่าพระมหากษัตริย์ทรงกระทำความผิดไม่ได้ และคำเหล่านี้ค่อนข้างยากที่จะเข้าใน บางครั้งก็เข้าใจได้ว่าพระมหากษัตริย์ทรงกระทำผิดไม่ได้ เพราะว่าพระองค์ทรงยึดมั่นในขอบเขตของความรับผิดชอบ และ

     ในทางตรงกันข้าม ก็เป็นที่เข้าใจได้ว่า พระมหากษัตริย์ทรงกระทำผิดไม่ได้ เพราะว่าพระองค์ทรงเป็นที่รักใคร่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศที่มียึดถือในจารีตประเพณีหลายอย่าง พระมหากษัตริย์บางทีอยู่เหนือกฎหมาย

      แต่ที่จริงแล้วพระองค์อยู่ใต้กฎหมาย ภายใต้กฎที่เรียกว่าทศพิธราชธรรม ไม่เพียงแต่พระมหากษัตริย์เท่านั้น แต่ผู้ที่มีความรับผิดชอบต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์เหล่านี้ ที่จริงแล้ว ใครก็ตามที่ดำเนินชีวิตภายใต้กฎเหล่านี้ หรือที่เรียกว่าข้อปฏิบัติ 10 ประการของพระราชา ถือได้ว่าผู้นั้นเป็นผู้นำ

     คำถาม : กฎของพระราชานี้คืออะไรพะยะค่ะ?

     พระราชดำรัสตอบ : เราเรียกได้ว่าบัญญัติ 10 ประการของพระราชา มันเก่าแก่มากแล้ว ย้อนไปถึงสมัยของพระพุทธเจ้า นอกจากกฎอื่นๆแล้ว เราต้องมีความซื่อตรง มีความวิริยะอุตสาหะ และต้องทำสิ่งต่างๆอย่างรอบคอบ

     คำถาม: ในบรรดาผู้นำต่างๆ บนโลกนี้ ใครที่ทำให้พระองค์ประทับใจมากที่สุดพะยะค่ะ?

     พระราชดำรัสตอบ : บุคคลคนหนึ่งที่ประทับใจฉันมากคือ Charles de Gaulle (อดีตผู้นำและรัฐบุรุษของฝรั่งเศส ปี ค.ศ.1890-1970) Charles de Gaulle ดูแล้วเป็นบุคคลที่เข้มแข็งและดื้อรั้นมาก แต่ความจริงแล้วเขาเป็นสุภาพบุรุษมากทีเดียว ค่อนข้างน่าประทับใจ

     คำถาม : ระบบราชการเป็นปัญหาในหลายๆ ประเทศ ในประเทศไทยเป็นอย่างไรบ้างพะยะค่ะ?

     พระราชดำรัสตอบ : งอกเงย! ความยากของรัฐบาลใดก็ตาม หรือเมื่อเราจัดการกับปัญหาใดๆ เราต้องมีเครื่องไม้เครื่องมือ เราต้องมีคนทำงานราชการจริงๆ แต่ถ้าระบบราชการงอกเงยแบบนี้ มันกลายเป็นระบบราชการเพื่อประโยชน์ของระบบราชการเอง และทุกอย่างทำยากไปหมด เพื่อที่จะไม่ทำให้มันเป็นระบบราชการมากเกินไป เราต้องมีความซื่อสัตย์

     ถ้าเรามีความซื่อสัตย์และปฏิบัติตาม 10 หลักประการของหน้าที่ของพระราชา ปัญหาจะได้รับการแก้ไข และเมื่อมีเงินและอำนาจ คนต้องการมีเงินและอำนาจ และมันยากที่จะควบคุม

     เพราะฉะนั้นเราต้องมีการควบคุมอย่างเพียงพอ เพื่อว่าคนที่ทำอะไรไม่ซื่อสัตย์จะต้องถูกควบคุม

     คำถาม : ในฐานะที่เป็นพระมหากษัตริย์ พระองค์ทรงเห็นว่าพระองค์ก็เป็นผู้กำหนดผู้มีอำนาจ (Kingmaker) เหมือนกันหรือไม่ ในการเลือกนายกรัฐมนตรี หรือบุคคลอื่นในรัฐบาลของประเทศไทย เขาเหล่านี้ต้องการความสนับสนุนจากพระองค์

     พระราชดำรัสตอบ : ขอให้เรากลับไปยังหลักการของรัฐธรรมนูญสักพักก่อน ในรัฐธรรมนูญเขียนเอาไว้ว่าพระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งนายกรัฐมนตรี นี้เป็นระบบซึ่งบางทีประสบการณ์ของพระมหากษัตริย์อาจจะมีประโยชน์ในการหาคนที่เหมาะสมที่จะเป็นนายกรัฐมนตรี ประธานรัฐสภาจะมาหาและขอคำปรึกษา

    แต่พระมหากษัตริย์อาจจะมีอำนาจมากกว่า เพราะว่าประชาชนมีศรัทธาในพระมหากษัตริย์ นั้นคือในแง่หนึ่ง

    แต่ในหลักการแล้วมันเหมือนระบบพระมหากษัตริย์ภายใต้ระบอบรัฐธรรมนูญใดๆ ก็ตาม ซึ่งระบุว่าพระราชาหรือประมุขของประเทศแต่งตั้งนายกรัฐมนตรี ถ้าประมุขของประเทศไม่ดี พวกเขาจะทำให้เป็นแค่ตรายาง แต่ถ้าประมุขของประเทศดี บางทีพวกเขาจะมาขอความเห็น เพราะว่าความเห็นเป็นที่นับถือ นั้นคือข้อแตกต่าง

    แล้วฉันได้ความนับถือจากประชาชนได้อย่างไร? เพราะว่าฉันไม่ใช้อำนาจที่ท่านกล่าวมา ฉันไม่ใช้อำนาจนั้น ถ้ามีกฎ ฉันทำตามกฎ แต่ถ้าไม่มีกฎ ตอนนั้นคนจะรับฟังความเห็นของฉัน

    คำถาม : ดูเหมือนว่าพระองค์เป็นคนที่น่ารัก

    พระราชดำรัสตอบ : ฉันเป็นคนที่น่ารัก


………………………….


ขอบคุณที่มา : บางส่วนจากเฟซบุ๊กคุณ ThanongFanclub 16/5/2014

https://www.facebook.com/ThanongFanclub/photos/a.141923686004014.1073741827.141826422680407/232000883662960/

ใส่ความเห็น

© Copyright 2017 Welovethaiking.com , all rights reserved