พระราชดำรัสพระราชทานแก่คณะรัฐมนตรี ๙ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๔๙

 


ในหลวง




พระราชดำรัส พระราชทานแก่คณะรัฐมนตรี  เข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับหน้าที่
ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน  วันจันทร์ที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2549  (ฉบับไม่เป็นทางการ)


ขอขอบใจที่ท่านได้มาปฏิญาณ ก่อนรับหน้าที่รัฐมนตรี ซึ่งมีความสำคัญมาก เพราะว่า รัฐมนตรีมีหน้าที่ที่ต้องทำ ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต อย่างที่ท่านได้ปฏิญาณ เพราะว่า ถ้าไม่มีผู้ใหญ่ในประเทศ ที่ปฏิบัติงานด้วยความตั้งใจ ก็ทำให้ประเทศชาติไปไม่ค่อยดี แต่ท่านก็ตั้งใจ และเมื่อตั้งใจแล้ว ขอให้รักษาความตั้งใจนี้ ด้วยการปฏิบัติอย่างซื่อสัตย์สุจริต และอย่างแน่นอน แน่วแน่ ซึ่งก็เข้าใจว่าท่าน ได้รับเลือกเฟ้นเป็นผู้ที่สามารถที่จะปฏิบัติหน้าที่


หน้าที่นั้นไม่ได้หมายความว่า จะต้องทำด้วยความตั้งใจที่จะได้ผลสำเร็จ คือ ผลสำเร็จ ไม่ได้หมายความว่า จะให้มีผลในทางวัตถุ แต่จะต้อง วัตถุก็ต้องทำให้ดี เพราะว่าแต่ละกระทรวงก็ต้องทำ และโดยเฉพาะเดี๋ยวนี้ ประเทศก็กำลังผ่านวิกฤติการณ์ ไม่ใช่เฉพาะในทางที่ท่านจะต้องทำ ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต แต่ต้องทำด้วยความสามารถ เพราะว่าประเทศชาติกำลังผ่านระยะที่วิกฤติ ทั้งในด้านสถานการณ์ ที่จะต้องใช้ความสามารถ ในทางที่จะให้ประเทศรุ่งเรืองได้


แต่แม้แต่ธรรมชาติ ก็อันตรายอยู่ เพราะว่า ก็อย่างที่ท่านทราบ ฝนลงมาไม่ได้ปกติ ฝนลงมาและไม่ได้สะสมเอาไว้ ตามธรรมดาฝนลงมาจะเป็นของดี แต่ตอนนี้ฝนลงมา มาท่วมบ้านเมือง เมื่อท่วมบ้านเมือง ไม่ได้รักษาบ้านเมืองมานาน ก็ทำให้ท่วมบ้านช่องของประชาชน และในการ ถ้าฝน ถ้าน้ำท่วมบ้านช่องของประชาชน ประชาชนถึงเดือดร้อน


การที่ฝนและน้ำมาท่วมบ้านช่องของราษฎร ถ้าทุกคนช่วยกันให้น้ำนั้นไม่ทำอันตราย ก็ไม่เป็นไร แต่น้ำเดี๋ยวนี้ทำอันตราย ทำให้ประชาชน ไม่สามารถที่จะอยู่ได้ จะต้องพยายามช่วยให้ประชาชน ไม่เดือดร้อนจากน้ำท่วม อย่างน้ำท่วมนี้ ไม่น่าจะเป็นร้ายแรง เพราะว่าถ้านับดูจำนวนน้ำ ที่ลงมาจากฟ้า ก็ไม่ได้มากกว่าที่เคย แต่ทำไมลงมาทำให้เสียหาย เพราะว่าน้ำลงมา ไม่สามารถที่จะกั้นเอาไว้ ไม่สามารถที่จะป้องกัน ไม่ให้น้ำนั้นมาทำลายประเทศชาติ


ท่านลองไปดูจำนวนน้ำที่ลงมา แล้วก็เปรียบเทียบกับปีอื่นๆ ไม่ได้มาก แต่ว่าลงมาไม่ได้กั้นเอาไว้ แล้วลงมาไม่ได้ป้องกันให้ลงมา ผิดธรรมชาติ เดี๋ยวนี้ลงมาผิดธรรมชาติ พรวดพราดลงมา แล้วก็อย่างที่เคยเห็น ลงมา พยายามที่จะป้องกัน ก็ทำคันกั้นน้ำ ทำคันกั้นน้ำ น้ำก็ขึ้น น้ำก็เอ่อ เมื่อน้ำเอ่อขึ้นมามาก น้ำก็ล้น และน้ำก็ทะลุใต้ที่กั้น


ในเวลาอันสั้นนี้ นายกฯ ได้ไปดู แล้วก็คงเข้าใจ ทำไมน้ำมันเอ่อขึ้นมาแล้ว เมื่อน้ำเอ่อแล้ว น้ำหนักของน้ำนั้น ทำให้ทะลุทะลวงข้างใต้ขึ้นมา ก็เข้าไปท่วมถนน ท่วมบ้านช่อง และเมื่อเป็นเช่นนั้นแล้ว แก้อะไรยาก แต่เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว ก็จะต้อง ผู้ที่มีความรู้ในทางวิชาการ ก็จะต้องพยายามป้องกัน อะไรที่เสียหายไปแล้ว ก็เสียหายไป แต่ว่าจะต้องป้องกันไม่ให้เกิดเสียหาย ในด้านป้องกันเสียหาย ก็ต้องพยายาม ที่จะมีวิธีการต่าง ๆ


นายกฯ เขาก็คงเดือดร้อน เพราะว่าต้อง ทั้งนายกฯ ทั้งรองนายกฯ จะต้องจ่ายเงินสำหรับ ไม่ให้เกิดเรื่องเดือดร้อนกับประชาชนต่อไป แต่อย่างไร พึ่งทำ พึ่งมารับหน้าที่ก็ลำบาก แต่เข้าใจว่าท่านเข้าใจแล้ว ก็ขอให้ช่วยให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนน้อยที่สุด แล้วนอกจากนั้น เวลานี้ทั้งบ้านเมืองได้รับความเดือดร้อน นอกจากน้ำท่วม ก็มีอย่างอื่น มีคนเขาพูดมาก โดยเฉพาะไม่ใช่คนไทย คนต่างประเทศพูดว่า ประเทศไทยไม่ดี ก็จะต้องพยายามที่จะแก้ไข


ถ้าไม่แก้ไขประเทศก็เสียชื่อ แล้วก็เมื่อเสียชื่อแล้ว ก็เสียหายในเรื่องที่จะ ประเทศชาติจะอยู่เย็นเป็นสุข ถ้าเขาว่าว่าคนไทยไม่ดี ก็ทำให้คนไทย ไม่ใช่เฉพาะผู้ที่ปกครอง แต่ทุกคนก็กลายเป็น เป็นคนไม่ดี ดังนั้นก็ต้องพยายามที่จะแก้ไข อะไรที่ไม่ดีให้มันดีขึ้น ซึ่งเป็นงานที่ยาก หนัก ก็ขอให้ท่านได้มีกำลังใจปฏิบัติงาน เพื่อให้ผ่านพ้นอุปสรรคต่างๆ ก็ขอให้ท่านสามารถที่จะทำ ขอให้ท่านมีกำลังใจที่จะทำ และมีเวลาน้อย แต่ว่า เชื่อว่าท่านทำได้ เพราะท่านก็มีความรู้ ความสามารถ มีประสบการณ์ ก็ขอให้ท่านได้ผ่านพ้นอุปสรรค


และก็ขอบใจที่ท่านรับหน้าที่อันหนักนี้ และขอให้ทำด้วยความเข้มแข็ง ขอให้ท่านมีความสำเร็จในงานการที่ได้รับทำ เพื่อให้ประเทศชาติ ผ่านพ้นวิกฤตการณ์ และมีความเจริญ มีความสำเร็จในการปฏิบัติ ขอให้ท่านมีความสำเร็จในการปฏิบัติหน้าที่ และมีร่างกายเข้มแข็ง แข็งแรง ไม่มีอะไรที่มาขัดขวางเลย ขอให้ได้รับความสำเร็จทุกประการ

หนึ่งความคิดบน “พระราชดำรัสพระราชทานแก่คณะรัฐมนตรี ๙ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๔๙

  1. Pingback: pligg.com

  2. Pingback: doogdigg.com

ใส่ความเห็น

© Copyright 2017 Welovethaiking.com , all rights reserved