ประสบวิกฤตเศรษฐกิจฟองสบู่ กลับบ้านเกิด ยึดอาชีพเกษตรพอเพียง มีอยู่ มีกิน มีความสุข



          เศรษฐกิจพอเพียงของในหลวง รัชกาลที่ ๙ เป็นปรัชญาที่ชี้ถึงแนวการดำรงอยู่และปฏิบัติตนของประชาชนในทุกระดับ ตั้งแต่ระดับครอบครัว ระดับชุมชน จนถึงระดับรัฐ ทั้งในการพัฒนาตนและบริหารประเทศให้ดำเนินไปในทางสายกลาง โดยเฉพาะการพัฒนาเศรษฐกิจเพื่อให้ก้าวทันต่อโลกยุคโลกาภิวัตน์

          หลักแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง คือการพัฒนาที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของทางสายกลางและความไม่ประมาท โดยคำนึงถึง ความพอประมาณ ความมีเหตุผล การสร้างภูมิคุ้มกันที่ดีในตัว ตลอดจนใช้ความรู้ความรอบคอบ และคุณธรรม ประกอบการวางแผน การตัดสินใจและการกระทำ

             คุณเชิดชัย จิณะแสน เกษตรกรชาวศรีสะเกษที่อดีตเคยทำงานในเมืองหลวง แต่ต้องเผชิญกับวิกฤตเศรษฐกิจฟองสบู่ มีผลทำให้ตัวเองและภรรยาต้องออกจากงาน แล้วเดินทางกลับสู่บ้านเกิดเพื่อมาปักหลักต่อสู้ชีวิตด้วยการยึดอาชีพเกษตรกรรม



             แต่ด้วยความเป็นคนยึดมั่นต่อหลักเศรษฐกิจพอเพียงของรัชกาลที่ ๙ จึงได้น้อมนำตามแนวทางของพ่อหลวงมาใช้กับการทำเกษตรกรรมในพื้นที่ ขนาด ๙ ไร่ ของบ้านเลขที่ ๙๙ หมู่ที่ ๙ ตำบลคำเนียม อำเภอกันทรารมย์ จังหวัดศรีสะเกษ จนมาวันนี้ได้ปรากฏเป็นศูนย์ส่งเสริมเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ อย่างภาคภูมิใจ

             ภายในระยะเวลา ๔-๕ ปี คุณเชิดชัย ได้ทุ่มเท มุ่งมั่น แรงกายและใจ ผ่านการลองผิด-ถูก ที่ประกอบขึ้นจากการแสวงหาความรู้ ศึกษาจนทำให้สามารถเนรมิตสถานที่แห่งนี้ที่มีแต่ความแห้งแล้ง กันดาร ให้ค่อยๆ กลับกลายเป็นความอุดมสมบูรณ์เติบโตเป็นศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงขนาดเล็กที่ยังไม่เป็นที่รู้จักดีพอ จนเมื่อคุณเชิดชัยได้เข้าไปมีส่วนร่วมในฐานะผู้ประสานงานในกิจกรรมของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ทำให้เริ่มเป็นที่รู้จักแล้วมีบุคคลต่างๆ เข้ามาศึกษาดูงานเพิ่มขึ้น

             การทำเศรษฐกิจพอเพียง ไม่ได้มุ่งหวังเพื่อให้รวยหรือจน แต่ต้องการให้ทุกคนเกิดความตระหนักถึงความพอเพียง ความพอดีที่ได้รับเท่านั้น ชีวิตก็จะมีความสุขแบบยั่งยืน



               วัตถุประสงค์การทำเศรษฐกิจพอเพียง โดยไม่ได้มุ่งให้ความสำคัญกับภาคเกษตรกรรมอย่างเดียว แต่ต้องการเน้นความเป็นศูนย์กลางในทุกภาคส่วน ทุกสาขาอาชีพ ให้เข้ามามีส่วนร่วม เนื่องจากผลที่เกิดขึ้นจากแนวทางนี้จะช่วยทำให้ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ภายหลังเสร็จสิ้นจากงานประจำ ช่วยลดค่าใช้จ่าย เสริมรายได้ให้แก่ครัวเรือน สร้างครอบครัวให้มีความสุข มีภูมิคุ้มกัน เป็นศูนย์เรียนรู้เตรียมความพร้อมก่อนเกษียณอายุราชการ

ศูนย์ส่งเสริมเศรษฐกิจพอเพียง มีพื้นที่ ขนาด ๙ ไร่ แบ่งออกเป็น ๙ สถานีเรียนรู้ ได้แก่

  • การปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติ (ปลูกไม้พะยูง)

  • การปลูกพืชผักสวนครัว/พืชไร่

  • การทำนา

  • การเลี้ยงไก่-สัตว์ใหญ่

  • การเลี้ยงปลา

  • การปลูกไม้ผล

  • ที่อยู่อาศัย

  • การจัดภูมิทัศน์/สถานที่พักผ่อน และ

  • ความรู้ทางวิชาการ




            ทั้งนี้ แต่ละสถานีจะปลูกฝังความรู้ ตลอดจนอุดมการณ์ รวมถึงแนวทางในการทำเกษตรระดับพื้นฐาน ไปจนถึงแนวใหม่ มุ่งหวังให้เกิดความสำนึก เพิ่มความรู้ทางการเกษตรกรรมตั้งแต่รุ่นบรรพบุรุษ ขณะที่ถูกกำหนดกรอบแนวคิดที่ชี้บอกหลักการและแนวทางปฏิบัติของทฤษฎีใหม่ ซึ่งเป็นแนวทางการพัฒนาภาคเกษตรอย่างเป็นขั้นตอนนั้น เป็นตัวอย่างการใช้หลักเศรษฐกิจพอเพียงในทางปฏิบัติ ที่เป็นรูปธรรมเฉพาะในพื้นที่ที่เหมาะสม



             “อย่างสถานีปลูกป่า เน้นให้ความสำคัญในการปลูกป่า โดยเฉพาะต้นพะยูง เพราะถ้ามีป่าเกิดขึ้นความสมบูรณ์ทางธรรมชาติจะกลับคืนมา สำหรับสถานีนี้ปลูกต้นพะยูง จำนวน ๕๐๐ ต้น แบ่งออกเป็น ๒ แห่ง มีอายุการปลูก ๒ ปีครึ่ง โดยมีแนวคิดว่า ในเวลา ๑๐ ปี คุณจะมีเงินถึง ๕๐๐ ล้าน”

           สำหรับผู้ทำกิจกรรมอาจแบ่งออกเป็น ๒ กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มแรกต้องการทำเพื่อไว้เลี้ยงครอบครัวอย่างพอเพียง กับอีกกลุ่มที่ทำเพื่อเป็นรายได้เสริมหรืออาจขยายเป็นรายได้หลักในเวลาต่อมา

           คุณเชิดชัย แนะว่าการที่ชาวบ้านหรือผู้สนใจเข้ามาเรียนรู้ในศูนย์จะนำเอาแบบอย่างไปใช้ทันทีไม่ได้ เพราะต้องปรับให้มีความเหมาะสม พร้อมกับต้องพิจารณาว่าในพื้นที่ตัวเองเหมาะสมกับการทำเกษตรกรรมชนิดใด อย่าเลียนแบบคนอื่น ควรเริ่มต้นทำทีละเล็กน้อยก่อน อย่าใจร้อน ควรมีการปรับพื้นที่ให้เรียบร้อยก่อน มีการจัดวางผังการทำกิจกรรมต่างๆ ไว้ ดูเรื่องน้ำ ดิน ปุ๋ย แล้วควรหาตลาดรองรับไว้ด้วยเผื่อประสบความสำเร็จได้ดีมีปริมาณเพียงพอเกินตามความต้องการจะได้นำไปขายมีรายได้เกิดขึ้น

            คุณเชิดชัย ชี้ว่าจากปัญหามูลฐานของพี่น้องเกษตรกรที่วนเวียนอยู่กับความยากจน มีหนี้สิน ปลูกผลผลิตทางการเกษตรอะไรก็ขาดคุณภาพ ขาดมาตรฐาน ขาดการยอมรับทางด้านการตลาด ถึงแม้ปัญหาเหล่านั้นจะได้รับการส่งเสริมให้ความรู้จากเจ้าหน้าที่รับผิดชอบโดยตรงในพื้นที่แล้วก็ตาม แต่ดูเหมือนจะยังไม่ตรงเป้าหมายของการแก้ปัญหาอย่างแท้จริง

             ในปี ๒๕๕๗ รัฐบาลได้ให้ความสำคัญเรื่องเกษตร แล้วปรับแนวคิดที่เปลี่ยนมาให้ปราชญ์ชาวบ้าน ซึ่งเป็นบุคคลที่ใกล้ชิดกับชาวบ้าน เป็นที่ยอมรับทางความสามารถในเชิงภูมิปัญญา อีกทั้งยังเป็นคนที่ตกผลึกทางความคิดทางการเกษตรที่อยู่ในท้องถิ่นชุมชนแต่ละแห่ง โดยให้มาเป็นวิทยากรแทนเจ้าหน้าที่ของรัฐ พร้อมกับถอดบทเรียนสภาพความจริงของปัญหาเพื่อจัดเป็นหลักสูตรแล้วบูรณาการทุกภาคส่วนในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ ให้เข้ามามีส่วนร่วมในการทำงานตามแผนโรดแมปที่กำหนดไว้เพื่อเป็นการเติมเต็มความสมบูรณ์ของศูนย์แต่ละแห่งให้มีมาตรฐานเดียวกัน



            จึงกำหนดให้มีการจัดตั้งศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพสินค้าเกษตร (ศพก.) สังกัดกระทรวงเกษตรฯ ในพื้นที่ของแต่ละจังหวัดขึ้น ทั้งนี้เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ทางการเกษตรจากเกษตรกรที่ประสบความสำเร็จ เป็นเครื่องมือในการดำเนินงานตามระบบส่งเสริมการเกษตร โดยให้เกษตรกรต้นแบบเป็นผู้บริหารศูนย์ เป็นศูนย์เรียนรู้การเกษตรระดับอำเภอเพื่อให้สอดคล้องกับสินค้าทางการเกษตรหลักของอำเภอ โดยกำหนดให้มีอำเภอละ ๑ ศูนย์ รวมทั่วประเทศ ๘๘๒ ศูนย์

            พร้อมกับตั้งเป้าว่า ต้องการให้ ๘๘๒ แห่งนี้ มีศักยภาพพร้อมจะนำพาชาวบ้านไปสู่ความสำเร็จในการสร้างรายได้ ตลอดจนสร้างความเป็นอยู่และความแข็งแรงมากขึ้นอย่างยั่งยืน โดยมอบภารกิจให้ผู้นำท้องถิ่นที่เรียกว่าปราชญ์มาเป็นกลไกขับเคลื่อนการทำกิจกรรมด้วยการถ่ายทอดองค์ความรู้ ตลอดจนแนวทางที่มีระบบแบบแผนไปสู่ชาวบ้านในแต่ละชุมชน

             จนเมื่อปี ๒๕๕๙ คุณเชิดชัย ได้รับการคัดเลือกเป็นผู้นำเกษตรของจังหวัดศรีสะเกษหรือประธานเครือข่าย จากจำนวน ๒๒ ศูนย์ ของจังหวัด ต่อจากนั้นยังได้รับการคัดเลือกให้เป็นประธาน เขต ๗ ในพื้นที่ภาคอีสาน แล้วในที่สุดได้รับเลือกให้เป็นประธานเครือข่าย (ศพก.) ระดับประเทศ โดยมีภารกิจสำคัญในการขับเคลื่อนศูนย์ทั่วประเทศให้บรรลุวัตถุประสงค์เป้าหมายตามกรอบแนวทางที่ร่วมวางแผนกับรัฐบาล นอกจากนั้น ยังได้รับแต่งตั้งให้เป็น คณะกรรมการนโยบายฯ กระทรวงเกษตรฯ เพื่อเป็นตัวแทนภาคประชาชนที่จะสะท้อนปัญหาที่แท้จริงสู่ภาครัฐ



             อีกทั้งต้องมีหน้าที่เชื่อมโยงทุกศูนย์ทั่วประเทศทั้งในเชิงนโยบายและการปฏิบัติ รวมถึงการให้ความช่วยเหลือศูนย์ที่ได้รับความเดือดร้อน ขาดความรู้ บุคลากร หรือเทคโนโลยีเครื่องมืออุปกรณ์ เรียกได้ว่าต้องประสานในระดับบนลงล่าง และล่างขึ้นบนไปพร้อมกัน “จากช่วงเวลา ๑๖  ปี ที่ผ่านมา มีความตั้งใจว่า ต่อจากนี้จะทำให้ศูนย์แห่งนี้เป็นเสมือนสถาบันแห่งการเรียนรู้ตามโครงการพระราชดำริของในหลวง รัชกาลที่ ๙ ตลอดจนเพื่อเป็นศูนย์กลางเพื่อการเรียนรู้ตามนโยบายรัฐบาลที่ต้องการให้เป็น ศพก. ที่ได้มาตรฐานที่สุด ตอบโจทย์ความต้องการของพี่น้องเกษตรกรได้ดีที่สุด ทั้งนี้เพื่อให้ชาวบ้านเปลี่ยนพฤติกรรม ตลอดจนทัศนคติกับการทำเกษตรกรรมเสียใหม่ ให้เกิดความทันยุคสมัยที่มีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีด้วย” คุณเชิดชัย กล่าวทิ้งท้าย

              สอบถามรายละเอียด หรือสนใจเข้าศึกษาดูงานเป็นหมู่คณะ ติดต่อได้ที่ คุณเชิดชัย จิณะแสนโทรศัพท์ (๐๘๙) ๕๗๙-๒๙๙๙ หรือ www.ศูนย์ส่งเสริมเศรษฐกิจพอเพียง .com

 

ขอขอบคุณ : สำนักงานเกษตรจังหวัดศรีสะเกษ ที่อำนวยความสะดวกในครั้งนี้ , technologychaoban.com

 

ใส่ความเห็น

© Copyright 2017 Welovethaiking.com , all rights reserved