น้ำ…หลักการองค์ความรู้มิติที่ 1 แห่งศาสตร์ของพระราชา



       ศาสตร์ของพระราชาเป็นศาสตร์ที่มุ่งเน้นการพัฒนาชุมชนและสังคมตามหลักการองค์ความรู้ 6 มิติได้แก่ น้ำ ดิน เกษตร พลังงานทดแทน ป่า และสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสมกับสภาพภูมิสังคมและสภาพของปัญหาในแต่ละพื้นที่ โดยเฉพาะเรื่อง “น้ำ” นั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงให้ความสำคัญเป็นอันดับแรกสุด เพื่อให้ประชาชนได้มีน้ำสะอาดเพียงพอสำหรับการอุปโภคบริโภค ไปจนถึงการประกอบเกษตรกรรมและอุตสาหกรรม

        อย่างไรก็ตามแม้ประเทศไทยจะตั้งอยู่ในจุดภูมิศาสตร์ที่อากาศร้อนชื้น ฝนตกชุก ทำให้มีปริมาณน้ำต้นทุนทั้งน้ำผิวดินและน้ำใต้ดินจำนวนมาก แต่หากการบริหารจัดการน้ำไม่ดีพอก็ไม่สามารถเก็บกักน้ำเหล่านี้ไว้ใช้ให้เกิดประโยชน์ได้อย่างเต็มที่ ในขณะที่ปัญหาการบุกรุกทำลายป่าต้นน้ำยังมีผลให้ปริมาณน้ำลดน้อยลงจนเกิดปัญหาภัยแล้งและเมื่อถึงฤดูฝนก็ไม่มีกำแพงธรรมชาติของผืนป่าคอยกั้นน้ำ ทำให้น้ำไหลบ่าเข้าท่วมบ้านเรือนจนเกิดปัญหาอุทกภัยซ้ำเติม ในขณะที่ชุมชนเมืองต้องเผชิญกับปัญหาน้ำท่วมขังและน้ำเสียอยู่เป็นประจำ

        จากการเสด็จฯ เยี่ยมราษฎรในภูมิภาคต่างๆ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพบว่าปัญหาความเดือดร้อนของราษฎรในเรื่องน้ำจำแนกเป็น 3 ด้านหลักคือ น้ำแล้ง น้ำท่วม และน้ำเสีย จึงนำมาสู่แนวพระราชดำริในการแก้ปัญหาน้ำแบบองค์รวมคือ การแก้ปัญหาขาดแคลนน้ำ การแก้ปัญหาน้ำท่วม และการแก้ปัญหาคุณภาพน้ำ โดยประเภทของโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เรื่อง "น้ำ” ที่สำคัญประกอบด้วย

          1. โครงการฝนหลวง

          2. โครงการพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อการเกษตร

          3. โครงการพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อการผลิตไฟฟ้า

          4. โครงการพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อการรักษาต้นน้ำลำธาร

          5. โครงการระบายน้ำออกจากพื้นที่ลุ่ม

          6. โครงการป้องกันและบรรเทาอุทกภัย

          7. โครงการบรรเทาน้ำเน่าเสีย

          8. โครงการแก้มลิง

       ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาโครงการพัฒนาแหล่งน้ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริได้ก่อให้เกิดประโยชน์แก่ประชาชนและประเทศชาติเป็นส่วนรวมในหลายๆ ด้านคือ

                - ช่วยให้พื้นที่เพาะปลูกมีน้ำอย่างอุดมสมบูรณ์ ปลูกพืชได้ทั้งฤดูฝนและฤดูแล้ง หรือทำการเพาะปลูกครั้งที่สองได้ อันเป็นการช่วยเพิ่มผลผลิตและทำให้ราษฎรมีรายได้มากขึ้น

                - บางท้องที่ที่เคยมีน้ำท่วมขังจนไม่สามารถเพาะปลูก หรือปลูกแล้วไม่ได้ผลดีเท่าที่ควร โครงการระบายน้ำออกจากพื้นที่ลุ่มอันเนื่องมาจากพระราชดำริเช่นบริเวณขอบพรุ ทำให้พื้นดินแห้งลงจนสามารถจัดสรรพื้นที่ดังกล่าวให้ราษฎรที่ไม่มีที่ดินเป็นของตนเองเข้าไปทำกินได้ เพื่อไม่ให้พวกเขาเหล่านั้นไปบุกรุกทำลายป่าเพื่อหาที่ทำกิน เป็นการช่วยรักษาป่าไม้อันเป็นทรัพยากรของชาติไว้ได้

                - เมื่อมีการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำขนาดต่างๆ ไว้ จะมีการปล่อยพันธุ์ปลาลงไป ทำให้ราษฎรตามหมู่บ้านที่อยู่ใกล้เคียงมีปลาบริโภคภายในครอบครัวหรือจับขายเพื่อเสริมรายได้

                - ช่วยให้ราษฎรมีน้ำสะอาดเพื่อการอุปโภคบริโภคอย่างพอเพียงตลอดปี ทำให้ราษฎรมีสุขภาพพลานามัยดีขึ้น และยังช่วยให้มีแหล่งน้ำสำหรับการเลี้ยงสัตว์ด้วย

                - บางโครงการมีวัตถุประสงค์เพื่อบรรเทาอุทกภัยในเขตชุมชนเมืองใหญ่ เช่น กรุงเทพฯ และปริมณฑล ช่วยลดความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจ ทั้งกับภาคเอกชนและภาครัฐบาล

                - โครงการพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อผลิตไฟฟ้า ช่วยให้ราษฎรที่อยู่ในป่าเขาและในท้องที่ทุรกันดาร ได้มีไฟฟ้าไว้ใช้สำหรับแสงสว่างในครัวเรือน

                - โครงการพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อการรักษาต้นน้ำลำธาร โดยการสร้างฝายเก็บกักน้ำบริเวณต้นน้ำเป็นชั้นๆ พร้อมระบบกระจายน้ำจากฝายต่างๆ ไปสู่พื้นที่สองฝั่งของลำธาร ส่งผลให้พื้นดินและป่าชุ่มชื้น มีลักษณะเป็นป่าเปียก ซึ่งจะช่วยป้องกันไฟป่าเป็นแนวกระจายไปทั่วบริเวณต้นน้ำลำธาร ทำให้ทรัพยากรธรรมชาติมีความอุดมสมบูรณ์ต่อไป

        เป็นที่ประจักษ์ชัดว่าสาเหตุที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงให้ความสนพระราชหฤทัยเกี่ยวกับการพัฒนาแหล่งน้ำและการบริหารจัดการน้ำเป็นพิเศษเพราะทรงเข้าใจความสัมพันธ์ที่ว่า “น้ำคือชีวิต” ดังพระราชดำรัส ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2529 ความตอนหนึ่งว่า

 “...หลักสำคัญว่าต้องมีน้ำบริโภค น้ำใช้ น้ำเพื่อการเพาะปลูก เพราะว่าชีวิตอยู่ที่นั่น ถ้ามีน้ำคนอยู่ได้ ถ้าไม่มีน้ำ คนอยู่ไม่ได้ ไม่มีไฟฟ้าคนอยู่ไม่ได้ แต่ถ้ามีไฟฟ้าไม่มีน้ำคนอยู่ไม่ได้...”



 

 

 

 

ขอขอบคุณ ห้องสมุดมั่นพัฒนา

ดูข้อมูลเพิ่มเติม : มูลนิธิปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ

ใส่ความเห็น

© Copyright 2017 Welovethaiking.com , all rights reserved