“น้ำพระราชหฤทัย”ในหลวง 40ปี”รพ.สมเด็จพระยุพราช” บำบัดทุกข์บำรุงสุข”ปวงราษฎร์”



 



นับเป็นเวลามากกว่า 4 ทศวรรษ ที่โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชกำเนิดขึ้นจากพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระเจ้า อยู่หัว ด้วยทรงมีพระราชปณิธานหมายมั่นให้ราษฎรในถิ่นทุรกันดารมีคุณภาพชีวิตที่ดี ขึ้น ได้รับโอกาสทางการแพทย์เช่นเดียวกับคนเมือง

จวบจนบัดนี้ ประชาชนนับล้านในชนบทได้มีสุขภาพที่ดีขึ้น



ย้อนกลับไปในปี พ.ศ.2518-2519 ช่วงเวลาที่ประเทศไทยต้องเผชิญกับวิกฤตการณ์ทางการเมืองอันเนื่องมาจากภัย คอมมิวนิสต์ ไม่เพียงแต่เผชิญกับความไม่สงบเท่านั้น แต่ประชาชนในพื้นที่สีแดงยังไม่อาจเข้าถึงการบริการทางการแพทย์ ต้องเดินทางไกล ทำให้รัฐบาลโดย นายธานินทร์ กรัยวิเชียร นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น คิดที่จะสร้างโรงพยาบาลขึ้นในถิ่นทุรกันดาร เพื่อเป็นของขวัญของคนไทยถวายแด่สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร โดยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร พระราชทานนามโรงพยาบาลว่า “โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช”

แม้ว่าประเทศไทยจะเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ แต่ด้วยความจงรักภักดี ทำให้รัฐบาลได้รับเงินบริจาคจากประชาชนทั่วประเทศถึง 155 ล้านบาทเศษ ทั้งยังได้ที่ดินอีก 81 แปลง หลังจากนั้นจึงได้จัดตั้งมูลนิธิโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชขึ้นในปี พ.ศ.2520 เพื่อสนับสนุนการทำงาน การนี้สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงรับเป็นนายกกิตติมศักดิ์ของมูลนิธิ ก่อนจะเริ่มก่อสร้างโรงพยาบาลขนาด 30 เตียง ขึ้น 21 แห่งทั่วประเทศไทย



4 ทศวรรษ รพ.สมเด็จพระยุพราช

 



 นพ.จักรธรรม ธรรมศักดิ์

นพ.จักรธรรม ธรรมศักดิ์ กรรมการและเลขาธิการ เปิดเผยว่า ตลอดเวลา 4 ทศวรรษที่ผ่านมา มูลนิธิโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเจ้า อยู่หัวมาตลอด นับแต่ทรงรับเป็นนายกกิตติมศักดิ์ พระองค์พระราชทานพระราชกระแส เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2529 ให้คณะทำงานเป็นแนวทางว่า “ทุกคนที่ทำงานให้แก่โรงพยาบาลสมเด็จพระ ยุพราชจะต้องไม่ลืมว่าโรงพยาบาลนี้เกิดขึ้นจากความมุ่งมั่นปรารถนาอัน แรงกล้าของคนไทยทั่วราชอาณาจักร ที่ต้องการจะเห็นผู้ที่อยู่ในท้องถิ่นทุรกันดารทุกหนแห่งได้รับความเอาใจใส่ รักษาพยาบาลเป็นอย่างดี ให้ปลอดภัยจากความเจ็บไข้ โดยทั่วถึงเสมอหน้ากัน”

จากพระราชกระแสได้เป็นสิ่งที่คณะทำงานและโรงพยาบาล ทั้ง 21 แห่งยึดมั่นอยู่เสมอ นพ.จักรธรรมเผยอีกว่า หลังจากนั้นพระองค์ทรงมีพระราชดำริกับคณะทำงานอีกครั้งว่า ทรงไม่อยากให้เพิ่มจำนวนโรงพยาบาล โดยทรงอยากให้พัฒนาคุณภาพของโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชทั้ง 21 แห่ง ให้ดีที่สุดเท่าที่จะดีได้มากกว่า โรงพยาบาลจึงเน้นพัฒนาคุณภาพจนเป็นแม่ข่ายให้กับ รพ.ชุมชนอื่น โดยเมื่อขึ้นทรงราชย์แล้ว พระองค์มีพระราชกระแสอีกครั้งว่าให้นำพาโรงพยาบาลยุพราชออกไปนอกรั้วโรง พยาบาลให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ การทำงานของทีมแพทย์จึงต้องเป็นเชิงรุก ออกไปให้ข้อมูลกับชาวบ้าน หลายแห่งไม่ขยายใหญ่ขึ้น แต่ให้เตียงที่บ้านชาวบ้านเป็นเตียงพยาบาลแทน นอกจากนี้ยังพัฒนาทักษะของเจ้าหน้าที่เสมอ ทำให้คนทำงานก็มีความสุขที่จะทำงานกับโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช



มิเพียงเท่านั้นโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชยังได้รับพระ มหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯไปทรงเยี่ยมอีกหลายโอกาส เริ่มต้นจากเสด็จฯไปทรงประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชด้วย พระองค์เองครบทั้ง 21 แห่ง รวมถึงเสด็จฯไปทรงเปิดโรงพยาบาลทั้ง 21 แห่ง แม้ว่าแต่ละแห่งจะอยู่ห่างไกล เสี่ยงภัย ทุรกันดาร จวบจน



ช่วงปี พ.ศ.2529-2530 พระองค์ได้เสด็จฯไปทรงเยี่ยมกิจการโรงพยาบาลทุกแห่งเพื่อพระราชทานกำลังใจ และยังเสด็จฯไปทรงตรวจเยี่ยมอีกหลายครั้ง รวมถึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา เสด็จไปทรงเยี่ยมโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชด้วย

นพ.จักรธรรมเผยว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงใส่พระราชหฤทัยกับการปฏิบัติงานของโรงพยาบาลสมเด็จ พระยุพราชอย่างแท้จริง โดยทรงติดตามและทรงทราบปัญหาที่เกิดขึ้นในแต่ละแห่ง ทรงเข้าพระราชหฤทัยอย่างแท้จริงว่าโรงพยาบาลที่ห่างไกลขาดแคลนสิ่งใด และยังพระราชทานกำลังใจให้เสมอ ครั้งหนึ่งได้พระราชทานพระราชวโรกาสให้ผู้อำนวยการแต่ละแห่งเข้าเฝ้าฯถวาย รายงาน พระองค์ทรงซักถามแต่ละแห่งเป็นภาพที่ประทับใจยิ่งนัก นอกจากนี้ยังพระราชทานสิ่งของเครื่องใช้ให้กับโรงพยาบาลแต่ละแห่งเป็นการ ส่วนพระองค์ สร้างความตื้นตันและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างยิ่ง



“ทุกวันนี้ การดำเนินงานของโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชก้าวไกลขึ้นมาก จากต้องรักษากับหมอป่า กว่าจะถึงเมืองก็อาจเสียชีวิต หลายแห่งขยายใหญ่ขึ้น รวมถึงเรายังสร้างโรงพยาบาลให้ได้มาตรฐานในระดับสากล เป็นโรงพยาบาลอำเภอแห่งแรกที่ได้ ISO ครบทุกแห่ง ด้วยพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์” นพ.จักรธรรมเผย

พระกรุณาฯช่วยชีวิตชาวด่านซ้าย

 



 นพ.ภักดี สืบนุการณ์

ใจกลาง อ.ด่านซ้าย จ.เลย ที่ซึ่งโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชด่านซ้าย ตั้งอยู่เพื่อช่วยเหลือดูแลสุขภาพของประชาชน สร้างเครือข่ายการดูแลสุขภาพขึ้นในหมู่ชุมชน ด้วยทีมแพทย์นำโดย นพ.ภักดี สืบนุการณ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาล ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ที่โรงพยาบาลเล็กๆ แห่งนี้มานับแต่ปี 2532 ถือเป็นแพทย์ที่อยู่กับโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชนานที่สุด

 

นพ.ภักดีเผยว่า ในอดีตระบบสุขภาพไทยมีบริการแต่ในตัวจังหวัด ในเขตชนบทจะมีก็แต่เพียงสุขศาลา การมีโรงพยาบาลขึ้นในระดับอำเภอจึงเป็นการเปลี่ยนแปลงระบบสุขภาพใหม่ อย่างที่ด่านซ้าย กว่าจะมาถึงต้องผ่านถึง 250 โค้ง คนไข้ยอมไม่ไปหาหมอ รักษากันเองตามวิถีชาวบ้าน คนเป็นต้อกระจกต้องตาบอด ติดเชื้อก็เสียชีวิตบนเขา คลอดลูกผิดวิธีแม่ก็ตาย เพราะเดินทางไปไม่ไหว การมีโรงพยาบาลที่จุดชายขอบจึงช่วยเหลือได้มาก เพราะอาการป่วยหนักมีขึ้นทุกวัน เราสามารถช่วยคนไข้ที่ช็อก หัวใจขาดเลือด หรืออุบัติเหตุ แบ่งเบาคนไข้ไม่ให้ไปแออัดที่โรงพยาบาลใหญ่ได้



ไม่เพียงรักษาให้หาย แต่ต้องให้ประชาชนมีส่วนร่วม

นพ.ภักดีกล่าวว่า เพราะเรารู้ว่าการเกิด อยู่ ตาย ของคนมีความเสี่ยง 3 อย่าง คือ ตัวเรา เชื้อโรค และสภาพแวดล้อมต่างๆ นโยบายของโรงพยาบาลจึงส่งเสริมการเป็นโรงพยาบาลคุณภาพ ปลอดภัย รวมไปถึงเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้อื่น เราเป็นโรงพยาบาลเล็กๆ ที่เจ้าหน้าที่อยู่กับเรานาน ไม่ย้ายไปไหน เพราะเราเปิดโอกาสให้คนได้สร้างสรรค์ผลงานของตัวเอง รวมไปถึงแบ่งปันความรู้ให้กับคนในท้องถิ่นเรื่องสุขภาพ ส่งเสริมนิเวศวัฒนธรรมตั้งแต่เกิดยันตาย 12 เดือน ประยุกต์การแพทย์สมัยใหม่กับโบราณ รวมไปถึงปลูกป่า แก้ไขปัญหาธรรมชาติ เพราะเราอยากให้สุขภาพคนในชุมชนดีแบบองค์รวม



“โรงพยาบาลเรามีเพียง 60 เตียง แต่เรามีโฮมวอร์ด 30-40 เตียง ซึ่งเป็นการใช้บ้านเป็นเตียงดูแลผู้ป่วย เพราะเราไม่รวยต้องใช้ทรัพยากรที่มีค่ามากที่สุดคือคนช่วยดูแล เราส่งเสริมความรู้เรื่องสุขภาพให้คน ให้เขาดูแลปู่ย่าตายายของเขา ให้เขารู้ว่าหมอไม่ใช่พระเอกขี่ม้าขาวแต่ตัวเขาเองต่างหาก นี่คือแนวทางที่ยั่งยืนของโรงพยาบาลชุมชนแบบเรา”

“กว่าโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชจะเติบโตเช่นทุกวันนี้ มาจากพระโอวาทของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ว่า ‘เอาใจใส่ เสมอหน้ากัน’ เป็นคำที่ย้ำเตือนจิตใจเราเสมอ นั่นคือไม่ใช่แค่รักษาแต่ต้องมีความเป็นมนุษย์ ให้โอกาสคนด้อยโอกาส ทั้งพระองค์ยังพระราชทานกำลังใจคนทำงานเสมอ เสด็จฯไปทรงเยี่ยมแต่ละแห่งด้วยพระองค์เอง นี่ถือเป็นสรณะที่ไม่ได้ใช้แค่เรื่องการทำงาน แต่ยึดในชีวิตประจำวันด้วย” นพ.ภักดีทิ้งท้าย

คืนชีวิตใหม่ให้ชาวใต้



 คลินิกแพทย์แผนไทย สายบุรี

จากโรงพยาบาลขนาดเพียง 30 เตียง ใน อ.สายบุรี จ.ปัตตานี เมื่อปี 2520 รักษาชาวบ้านในอำเภอที่ต้องประสบกับความกันดารและเสี่ยงภัย ทุกวันนี้ โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชสายบุรี ได้ก้าวขึ้นมาเป็นโรงพยาบาลที่รักษาทั้งชาวไทยและต่างชาติ สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับโรงพยาบาลชุมชน



 พญ.ภัททิรา ทางรัตนสุวรรณ

พญ.ภัททิรา ทางรัตนสุวรรณ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชสายบุรี เผยว่า ปัจจุบันแม้สายบุรีจะไม่กันดารมากนัก แต่ก็มีความเสี่ยงภัยจากเหตุการณ์ความไม่สงบอยู่ เรามีผู้บาดเจ็บหนักทุกวัน บางครั้งต้องส่งเข้าไปโรงพยาบาลประจำอำเภอก็เจอกับตะปูเรือใบ ทำให้ส่งผู้ป่วยไปไม่ได้ นั่นจึงทำให้เราต้องบริหารจัดการที่นี่ให้ดี โชคดีที่ภายหลังสถานการณ์ดีขึ้น

ทุกวันนี้ กิจการของโรงพยาบาลเติบโตขึ้น เป็นแม่ข่ายโรงพยาบาลชุมชนใกล้เคียง มีการบริการแพทย์แผนไทย สูตินรีเวช และแผนกขาเทียม ซึ่งได้รับความนิยมจากชาวบ้าน ทั้งยะลา นราธิวาส ไปจนถึงคนมาเลเซีย นอกจากนี้ยังส่งเสริมอาชีพของคนในชุมชน ช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตด้วยการรับซื้อข้าว พันธุ์ผัก มาทำอาหารในโรงพยาบาล ส่งเสริมอาชีพให้ทุกคน



ในเรื่องนี้ พญ.ภัททิราเผยว่า แผนกขาเทียมเกิดขึ้นเมื่อเราพบว่าชาวบ้านหลายคนต้องถูกทิ้งไว้ที่บ้านเพราะ เดินไม่ได้ เราจึงไปตามหาชาวบ้านทำขาเทียมให้เขา จนคนจังหวัดใกล้เคียงก็มารับบริการ คนไข้หลายคนจากไม่ได้ออกจากบ้าน ก็นั่งรถไปเรียนที่สงขลาจนจบปริญญา หลายคนยังมาทำงานกับเรา ทำให้เจ้าหน้าที่รู้สึกตื้นตันที่ได้ช่วยชีวิตคน นอกจากนี้เราคิดว่างานสร้างเสริมสุขภาพอยู่แค่ รพ.ไม่ได้ แต่ชุมชนมีหน้าที่รับผิดชอบ ทำให้เราลงพื้นที่ไปดูตามบ้าน ติดตามพัฒนาการเด็ก เจ้าหน้าที่แต่ละคนมีบ้านประจำ เพราะเขาเป็นคนไข้ของเราต้องดูแลให้ดีที่สุด

“แน่นอนว่าการทำงานในพื้นที่ห่างไกลต้องใช้ใจ หมอเองตั้งใจรับคนในพื้นที่ทำงาน ไม่ใช่มาใช้ทุนไม่กี่ปีแล้วไป หลายคนเป็นญาติกับชาวบ้านก็ยิ่งพูดคุยได้ง่าย รู้ว่าเรานำสิ่งดีๆ อะไรมาให้ โชคดีที่ตลอดเวลาที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ทุกคนพร้อมจะก้าวไปด้วยกัน”

นอกจากนี้ยังถือเป็นความโชคดีของโรงพยาบาลสมเด็จพระ ยุพราชสายบุรี ที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา เสด็จฯไปทรงเยี่ยมผู้ป่วยด้วย

“เรารู้ว่าอยู่ห่างไกล การเสด็จเยี่ยมของพระบรมวงศานุวงศ์ถือเป็นกำลังใจให้คนที่นี่ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯไปพระราชทานถุงของขวัญให้ผู้ป่วยทุกคน ทั้งยังมีรับสั่งอย่างใกล้ชิด ทรงสนพระราชฤทัยในปัญหาสุขภาพอย่างมาก ขณะที่พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ตรัสกับเราว่าขอบใจทุกคนที่ช่วยดูแลประชาชน ผู้สูงอายุที่มาเฝ้าฯ ร้องไห้ ปลาบปลื้มปีติ บอกว่าดีใจที่สุดในชีวิต ยังความปลาบปลื้มให้กับคนทำงานอย่างยิ่ง” พญ.ภัททิราทิ้งท้าย

เป็นพระมหากรุณาธิคุณต่อปวงชนไทย



ขอขอบคุณ

มติชนออนไลน์ https://goo.gl/5d3Qt9

 

 

ใส่ความเห็น

© Copyright 2018 Welovethaiking.com , all rights reserved