น้อมนำสูตรปุ๋ยอินทรีย์ของสมเด็จพระเทพฯ..เผยแพร่ให้ใช้ทดแทนปุ๋ยเคมี

(1)


     ปัจจุบันประเทศไทยมีประชากรเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทำให้มีการขยายตัวทางด้านเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จึงมีการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาช่วยในการเพิ่มผลผลิตด้านอาหารให้เพียงพอกับผู้บริโภค และหนึ่งในนั้นคือ สารเคมีกำจัดศัตรูพืชเพื่อเพิ่มผลผลิตทาง

     การเกษตรเป็นเหตุให้เกิดปัญหาตามมามากมายหลายอย่าง ได้แก่ ปัญหาการใช้สารเคมีในปริมาณที่มากเกินความจำเป็น ทำให้เกิดการตกค้างของสารเคมีในดิน น้ำ ผลผลิตทางการเกษตร และห่วงโซ่อาหาร  เพราะสารเคมีกำจัดศัตรูพืชทุกชนิดเป็นพิษต่อสิ่งมีชีวิต หากใช้เกินความจำเป็นหรือขาดความระมัดระวังในการใช้แล้ว จะทำให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพอนามัยของประชาชนและดินเกิดความเสื่อมโทรม

      นายอภิชาต จงสกุล อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน บอกว่า กรมพัฒนาที่ดิน ได้น้อมนำเอาสูตรปุ๋ยอินทรีย์ของ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่พระราชทานให้นำมาเผยแพร่และส่งเสริมให้เกษตรกรผลิตปุ๋ยอินทรีย์ใช้ทดแทนปุ๋ยเคมี  เพื่อให้เกิดความยั่งยืนและต่อเนื่อง จึงได้กำหนดให้มีการจัดตั้งเป็นธนาคารปุ๋ยอินทรีย์ขึ้น

Fertilizer


      โดยมุ่งเน้นให้เกษตรกรนำเอาเศษวัสดุเหลือใช้ในไร่นา ในครัวเรือน และจากโรงงานอุตสาหกรรม มาฝากไว้ที่ธนาคาร จากนั้นธนาคารจะทำการผลิตปุ๋ยอินทรีย์ให้เกษตรกรมาเบิกถอนเอาไปใช้ประโยชน์ เมื่อวัสดุนั้นย่อยสลายเป็นปุ๋ยแล้ว

       หรือให้เกษตรกรกู้ยืมปุ๋ยจากธนาคารไปใช้แล้วใช้หนี้ด้วยวัสดุเหลือใช้จากไร่นาและโรงงานอุตสาหกรรมหรือปุ๋ยคอก เพื่อให้เกิดการผลิตและมีการนำไปใช้ประโยชน์ได้ถูกต้อง มีราคาถูก พร้อมทั้งช่วยลดปัญหาการเผาและปัญหาจากกำจัดหรือทิ้งขยะในอนาคต

      “สำหรับวัตถุประสงค์ในการจัดตั้งธนาคารปุ๋ยอินทรีย์ เพื่อกระตุ้นให้เกษตรกรเห็นความสำคัญของวัสดุเหลือใช้ในการเกษตรและโรงงานอุตสาหกรรม ให้เกษตรกรลดละเลิกการเผาด้วยการนำเอาวัสดุเหลือใช้จากไร่นามาผลิตปุ๋ยอินทรีย์ใช้ทดแทนปุ๋ยเคมี เป็นการลดต้นทุนในการผลิตด้วย

       ส่วนของกรมพัฒนาที่ดิน ได้มีนโยบายให้สำนักงานพัฒนาที่ดินเขตทั้ง 12 เขต สถานีพัฒนาที่ดินทุกจังหวัดทั่วประเทศ เจ้าหน้าที่ ตลอดจนหมอดินอาสา ลงพื้นที่เป้าหมาย โดยดำเนินการประสาน ให้ข้อมูลทำความเข้าใจ บูรณาการงานร่วมกัน โดยกรมพัฒนาที่ดิน เป็นหน่วยงานหลัก เชิญชวนหน่วยงาน ภาครัฐในจังหวัด เกี่ยวกับการอบรม สาธิต และส่งเสริมให้ความรู้แก่เกษตรกรในพื้นที่ โดยผ่านเจ้าหน้าที่กรมพัฒนาที่ดิน และเครือข่ายหมอดินอาสา” นายสมโสถติ์ ดำเนินงาม ผอ.สำนักวิจัยและพัฒนาการจัดการที่ดิน บอกถึงวัตถุประสงค์การตั้งธนาคารปุ๋ยอินทรีย์  

       ผอ.สำนักวิจัย และพัฒนาการจัดการที่ดิน  กล่าวอีกว่า ปุ๋ยอินทรีย์ เป็นปุ๋ย ที่ได้จากการหมักให้จุลินทรีย์ย่อยสลาย จนอยู่ในรูปที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการปรับปรุงโครงสร้างของดิน และสามารถปลดปล่อยธาตุอาหารที่พืชต้องการในการเจริญเติบโตได้

EyWwB5WU57MYnKOuFT8dgi7qFMbVmrW3xvZpuiQohNxYq8LWxH1oJ4


      แบ่งประเภทปุ๋ยอินทรีย์ออกเป็น 4 ประเภท คือ

      “ปุ๋ยคอก” ได้แก่ ปุ๋ยที่ได้จากมูลของสัตว์ทุกชนิดและคน

      “ปุ๋ยหมัก” เกิดจากการนำซากเศษเหลือจากพืชมาหมักรวมกัน ผ่านกระบวนการย่อยสลายจนเปลี่ยนสภาพไปจากเดิมเป็นวัสดุที่มีลักษณะอ่อนนุ่ม เปื่อยยุ่ย ไม่แข็งกระด้าง ไม่มีกลิ่น มีสีน้ำตาลปนดำ

      “ปุ๋ยอินทรีย์น้ำ” หรือ “น้ำหมัก” ได้มาจากการย่อยสลายวัสดุเหลือใช้จากพืช สัตว์ ที่มีลักษณะสด โดยกิจกรรมของจุลินทรีย์ในสภาพที่ไม่มีออกซิเจนเป็นส่วนใหญ่ ผลิตภัณฑ์ที่ได้มีลักษณะเป็นของเหลวใสสีน้ำตาล ประกอบด้วย คาร์โบไฮเดรต กรดอินทรีย์ กรดอะมิโน กรดฮิวมิก น้ำย่อย วิตามิน แร่ธาตุ และฮอร์โมน และ

       “ปุ๋ยพืชสด” ได้จากการตัดสับ ไถกลบพืชลงดินในระยะออกดอกยังสด ต้องทิ้งไว้ในดิน  7-15 วัน เพื่อให้เซลล์พืชอ่อนตัวและค่อย ๆ ย่อยสลายตัวอย่างสมบูรณ์ จนพืชสามารถดูดซับธาตุอาหารได้

821694


       เชื่อว่าหากเกษตรกรนำปุ๋ยอินทรีย์ และปุ๋ยพืชสด ในการปรับปรุงบำรุงดินมาปรับใช้ในพื้นที่ของตนเองแล้ว ต้นทุนในการผลิตลดลงได้เกินกว่าครึ่งหนึ่งอย่างแน่นอน ตลอดจนส่งผลให้ความเป็นอยู่ของเกษตรกรมั่นคงและยั่งยืนขึ้นแน่นอน.

......................................

ใส่ความเห็น

© Copyright 2017 Welovethaiking.com , all rights reserved