ประภาส พูนทอง จ.พัทลุง : การเลี้ยงปลาดุกในบ่อพลาสติก

        นายประภาส พูนทอง ผู้ใหญ่บ้านและประธานกลุ่มส่งเสริมอาชีพของชุมชนบ้านโงกน้ำ จ.พัทลุง สาธิตการเลี้ยงปลาดุกในบ่อพลาสติก

การเลี้ยงปลาดุกในบ่อพลาสติก


วัสดุ อุปกรณ์


            1.พลาสติกใส                                      2.ตาข่ายเขียว             3.สะเลนดำ                                          4.ไม้เสาปักขึงตาข่ายเขียว             5.ไม้ขึงสแลนดำ         

วิธีทำ/ขั้นตอน


            1.ขุดบ่อดินขนาด กว้าง 2 เมตร ยาว 4 เมตร ลึก 0.80 เมตร โดยเอาดินที่ขุดขึ้นกองรอบๆ บ่อ เป็นขอบและเพื่อไว้ปลูกผักได้หลายชนิดและที่ท้องบ่อให้ลึก ประมาณ 1 ฟุต กว้าง 1 เมตร ยาว 2 เมตร เพื่อไว้จับปลาดุก เมื่อปลาดุกใหญ่ได้ขนาด โดยสูบน้ำออกหมด ปลาดุกจะลงอยู่ในบ่อเล็กนี้             2.เติมน้ำลงลึกประมาณ 0.60 เมตร เอาดินผสมกับปุ๋ยคอมลงใส่ในน้ำ ปริมาณพอสมควรทิ้งไว้ 7 วัน จะเกิดน้ำและแพลงตอนเป็นอาหารสำหรับปลาดุกเล็ก             3.ใส่ลูกปลาดุกขนาด 3 ซม. ลงบ่อละ 500-600 ตัว ใน 7 วันแรกไม่ต้องใส่อาหาร หลังจากนั้นใช้อาหารปลาดุก ปลกดุกรุ่น ปลาดุกใหญ่ ไปตามขนาดของปลาดุก             4.ใส่ทำปุยชีวภาพ (อีเอ็ม) ลงผสมกับน้ำ โดยไม่ต้องเปลี่ยนน้ำเลยจนอายุครบ 4 เดือน จึงจับบริโภคหรือจำหน่าย             5.ปลูกพืชรอบบ่อโดยใช้น้ำที่เลี้ยงปลารดผักเหล่านี้ ถ้าน้ำลดลงเติมน้ำสะอาดลงไปให้ระดับน้ำเท่าเดิม             6.ปักไม้เสามุงหลังคาด้วยสแลนดำ เพื่อกันแสงแดดและให้พืชเลื้อย เช่น บวบ ถั่วพู ถั่วฝักยาว ฯลฯ ได้เลื้อยขึ้น

วิธีใช้


            1.ปล่อยปลาดุกขนาด 1 ซม. จำนวน 500 ตัว/บ่อ             2.นำน้ำหมัก อีเอ็ม ใส่ลงไปเพื่อไม่ให้น้ำเสีย ใช้เวลาเลี้ยง 4 เดือน จึงจะจับได้

ประโยชน์


            1.ลดรายจ่าย-เพิ่มรายได้ให้กับครัวเรือน             2.สร้างรายได้ให้กับครอบครัว             3.มีอาชีพเสริม             4.ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์

วิธีการเลี้ยงปลาดุกในบ่อพลาสติก(2)


การเลี้ยงปลาดุกในบ่อพลาสติกดีกว่าการใช้ซีเมนต์


1. การจัดเตรียมบ่อ


            - ขุดผิวดิน กว้าง 2 เมตร ยาว 4 เมตร ลึก 80 เซนติเมตร             - นำพลาสติกมาปู             - เอาน้ำใส่อย่าให้เต็ม ห่างจากขอบประมาณ 1 คืบ             - ปักเสา ประมาณ 6 เสา มีคานด้านบน กางตาข่ายเขียวคลุม หรือปลูกพริก ถั่วแดง แตงกวา เพื่อไม่ให้แสงแดดจัดจนเกินไป             - กั้นตาข่ายรอบบ่อ (กันอึ่งอ่าง หรืองูเข้ามากินปลา) จากปากบ่อไปถึงตาข่ายปลูกพริก ถั่ว แตงกวา หรือบวบ

2. การปรับสภาน้ำในบ่อปลา


            - นำดิน 2 ถึง(ปูน) ผสมปุ๋ยคอก(ขี้วัวแห้ง หรือขี้หมูแห้งก็ได้) หมักไว้ 7 วัน ไม่เกิน 10 วัน             - ซื้อลูกปลาตัวละไม่เกิน 1 บาท(เพราะไม่ต้องการให้ลูกปลาโตเกินไป) ใส่ลูกปลาดุกอ่อนลงไป 500 – 600 ตัว             - 7 วันแรกไม่ต้องให้อาหารปลา เพราะปลาจะมีแพลงตอนกินเป็นอาหาร             - 7 วันไปแล้ว ให้ซื้ออาหารปลาดุกอ่อน ประมาณ 5 กิโลกรัม กะประมาณตอนให้อาหาร เพราะถ้าให้มากเกินไปก็อาจทำให้น้ำเน่า ให้อาหารเช้า-เย็น 2 เวลา             - ถ้าน้ำแห้ง หรือมีกลิ่น ให้ใส่ EM 1 ลิตร (ราคาประมาณ 70 – 80 บาท หรือจะทำน้ำหมักเองก็ได้) น้ำจะกลายเป็นสีดำคล้ำไม่ต้องตกใจ EM จะทำให้น้ำไม่เน่าเหม็น และไม่คาว ให้ใส่ EM ทุกๆ 1 เดือน             - ทำกระบวยจากแกลลอน นำด้ามมาใส่ (ยาวสัก 1.5 เมตร) เอาไว้ตักน้ำรดน้ำต้นไม้             - ต่อมา ซื้ออาหารปลาดุกเล็กประมาณ 0.5 กิโลกรัม (ครึ่งกระสอบ) ให้อาหารเช้า-เย็น 2 เวลา เช่นเดิม             - เมื่อเริ่มเข้า 3 เดือน ซื้ออาหารปลาดุกขนาดกลาง(ปลาดุกโต) และให้อาหารเช้า- เย็น เช่นเดิม             - ปลาจะไม่มีกลิ่นสาบเพราะจุลินทรี แต่จะมีหนังเหนียวเพราะการใช้ EM ดังนั้นไม่ควรเลี้ยงในพลาสติกเกิน 3 เดือน ควรเอามาลงบ่อดิน **หมายเหตุ หากต้องการนำปลาดุก ไปทำปลาดุกร้า ควรนำขึ้นจากบ่อพลาสติก ตั้งแต่อายุไม่เกิน 3 เดือน เนื่องจาก EM จะไปทำให้เนื้อปลาเหนียว แต่หากเลี้ยงไว้ในบ่อพลาสติกต่อ เลี้ยงไว้เข้าเดือนที่ 4 ก็สามารถแปรรูปเป็นปลาดุกแดดเดียว หรือทอดกินก็อร่อย

3. ต้นทุน


            - ค่าพลาสติกปูพื้นบ่อ (PVC #3.5x6 ม.) 500 บาท             - ค่าอาหารเม็ด (เลี้ยงนาน 3 เดือน #30 กก.) 500 บาท             - ค่าพันธุ์ปลาดุก (ขนาด 1 นิ้ว 500 ตัว) 500 บาท             รวมทั้งสิ้น ประมาณ 1,500 บาท (ยังไม่รวม EM กับตาข่าย)

..................................................

ใส่ความเห็น

© Copyright 2014 Welovethaiking.com , all rights reserved