‘ทัศนียมรรคา’ ..พระอารมณ์ขันในสมเด็จพระเทพรัตนฯ..ตามรอยเสด็จฯ จากภาพถ่ายฝีพระหัตถ์


นับเป็นเวลาต่อเนื่องยาวนานถึง 10 ปีแล้ว สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ ให้สมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ มาจัดแสดงให้ประชาชนทั่วไปได้ร่วมตามรอยเสด็จฯ และชื่นชมพระอัจฉริยภาพด้านการถ่ายภาพ โดยครั้งนี้ นิทรรศการภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ ประจำปี 2559 จัดแสดงในหัวข้อ “ทัศนียมรรคา” ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร เมื่อช่วงเดือนธันวาคม 2559 ถึง มกราคม 2560



พระองค์ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ที่ทรงบันทึกไว้ระหว่างการเสด็จฯไปยังสถานที่ต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศ ในช่วงปี 2558-2559 เพื่อจัดแสดงในนิทรรศการครั้งนี้ จำนวน 168 ภาพ

โอกาสนี้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ ไปทรงเปิดนิทรรศการ พร้อมทรงบรรยายถึงภาพฝีพระหัตถ์ ซึ่งทุกภาพที่ทรงบรรยายล้วนเต็มไปด้วยพระอารมณ์ขัน เรียกเสียงหัวเราะจากผู้เข้าฟังเป็นระยะๆ



“หัวข้อของการบรรยายครั้งนี้ให้ชื่อว่า ทัศนียมรรคา คือ เส้นทางอันพึงชม



ซึ่งทำให้คิดถึงคำพูดภาษาฝรั่งเศสที่เคยเรียนเมื่อตอนเด็กๆ ว่า Les voyages forment la jeunesse (เลส์ วัวยาชส์ ฟอร์มองต์ ลา เฌอแนส)

หมายถึงการออกไปสู่โลกกว้างเป็นการให้ความรู้ สร้างชีวิตเยาวชน ซึ่งวิธีการที่สอนและอบรมเยาวชน

ส่วนหนึ่งคือการให้มีประสบการณ์ออกไปรู้ไปเห็นสิ่งต่างๆ ยิ่งเห็นมาก ยิ่งมีความรู้มาก



แต่ทีนี้ เราก็ไม่ใช่เยาวชน เป็นชราชน หรือผู้สูงอายุก็ว่าไป แต่การเรียนไม่มีที่สิ้นสุด

เพราะฉะนั้น การท่องเที่ยวก็คือการให้การศึกษาแก่ผู้มีอายุเกินเยาวชนไปแล้ว เพราะการเรียน เรียนได้ตลอดชีวิต



จากนั้นทรงยกตัวอย่างภาพฝีพระหัตถ์ ซึ่งแต่ละภาพนอกจากเป็นภาพที่สวยงามทรงคุณค่าทางศิลปะการถ่ายภาพแล้ว ยังสะท้อนให้เห็นถึงมุมมองจากสายพระเนตรที่ทรงประสบพบเห็นสิ่งต่างๆ ที่ทรงสนพระราชหฤทัยถ่ายทอดเรื่องราวผ่านภาพถ่าย

อีกทั้งยังให้ข้อคิดเตือนใจในแง่มุมต่างๆ เพื่อให้คนไทยทุกคนได้มาชมภาพที่เปรียบเสมือนการเล่าเรื่องผ่านภาพถ่ายของพระองค์ในทุกหนแห่ง อาทิ

ภาพ “ชายห้ามิติ” ซึ่งเป็นภาพของ ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา รับสั่งว่า “ภาพนี้ให้ชื่อว่าชายห้ามิติ วันนี้ จะพยายามทำให้เป็นชายหกมิติ และจะเรื่อยๆ ไปถึงยกกำลังเอ็น”



ชายห้ามิติ

ต่อมาเป็นภาพ “คุณบ๊อบบี้ ผู้เฝ้าประตู” รับสั่งว่า “รูปนี้ พระเอกใหญ่อีกคน ชื่อบ๊อบ แต่เดิมเขาชื่อหง่าว เพราะอยู่ๆ ก็มาร้องหง่าวๆ อยู่หน้าบ้าน คิดว่าเขาจะมาจีบลูกสาวเรา คือใบตอง ก็มองดูเหมือนเป็นไปได้

เพราะใบตองปกติมีแมวอื่นมา เขาจะไล่ ส่วนหง่าว ตอนแรกๆ จับก็ไม่ได้ แต่พอจับได้ ก็ไปส่งโรงพยาบาล ปรากฏว่าหง่าวป่วย แพทย์ก็ผ่าตัดให้ พอผ่าตัดเสร็จแล้ว หง่าวก็เลยเชื่อง

จึงมาแทนที่ใบตอง มาเฝ้า จากที่จับไม่ได้ คราวนี้ก็ไม่หนีอีกต่อไป และก็ไปเจอหนังสือเล่มหนึ่ง เป็นหนังสือเกี่ยวกับบ๊อบ แมวฝรั่ง

ก็เห็นว่าหง่าวหน้าตาเหมือนบ๊อบมากเลย จึงเปลี่ยนชื่อจากหง่าวเป็นบ๊อบ และดูเหมือนเขาจะชอบชื่อ เพราะเรียกบ๊อบก็ส่งเสียงหง่าว ก็เป็นคนเฝ้าบ้าน ชอบนอนบนบันได”



คุณบ๊อบบี้ ผู้เฝ้าประตู

ภาพ “สองสหาย (ใบตองและบ๊อบบี้)” ทรงเล่าว่า “คู่ขวัญ บ๊อบบี้กับใบตอง ทดลองว่าแมวกลัวแตงกวาจริงไหม

เพราะมีทฤษฎีในเว็บบอกว่า แมวกลัวแตงกวา ถ้าเอาแตงกวาไปวาง แมวจะกระโดดหนี ก็ทดลองกับแมวบ้านเรา

ลองวาง ปรากฏว่าแมวเฉยๆ ไม่สนใจเลย ก็แสดงว่า แมวไทยกล้าหาญกว่าแมวสากล”



สองสหาย (ใบตองและบ๊อบบี้)

ภาพ “เงาตัวเอง ปราสาทเมืองตราไก” ตรัสว่า “ปราสาทอยู่ที่ลิทัวเนีย เป็นปราสาทกลางทะเลสาบใหญ่ สร้างขึ้นหลายสมัย ตั้งแต่ศตวรรษที่ 4 ที่ 5 มาถึงยุคกลาง จนถึงศตวรรษที่ 19 ก็สร้างใหม่ และทิ้งไว้ทรุดโทรม จนสงครามโลกครั้งที่ 2 ก็สร้างใหม่ และมายุคใหม่ก็พยายามปรับปรุง ปราสาทก็สวยงาม เดินลงไปก็ถ่ายรูปตัวเอง”



เงาตัวเอง ปราสาทเมืองตราไก

ภาพ “คำอธิษฐาน เมืองพิรัน” ทรงเล่าว่า “รูปนี้เดินทางไปเที่ยวเกาะที่เมืองพิรัน ถ้าดูในเว็บท่องเที่ยว เขาก็บอกว่า กำแพงเมืองพิรันควรไปเที่ยวชม จะมองเห็นทั้งเมือง

ซึ่งเมืองนี้หลังคาสีแสด กระเบื้องสีส้ม เป็นเอกลักษณ์ของเมืองโบราณ ภาพที่เห็นเป็นเหมือนราวตากผ้า

แต่ที่ตากอยู่ไม่ใช่ผ้า เป็นเศษกระดาษ ทุกคนก็เขียนความปรารถนาเขียนไว้ที่ราวตากผ้านี้ ไปพลิกๆ ดู มีแม้แต่ภาษาจีน ไม่มีภาษาไทย”



คำอธิษฐาน เมืองพิรัน

ภาพ “ราหูอมพระอาทิตย์” ทรงเล่าว่า “รูปนี้เป็นรูปที่ถ่ายสุริยุปราคา ทางทีมงานไปด้วยกัน และตั้งกล้องถ่ายอยู่ที่เกาะโมลุกกะ อยู่ในหมู่เกาะเครื่องเทศ ซึ่งมีชื่อเสียง

ก็เป็นต้นเหตุให้ฝรั่งอยากมาเอาภูมิภาคนี้เพราะมีเครื่องเทศ เพราะตะวันตกยังไม่สามารถผลิตเครื่องเทศได้

เครื่องเทศสำคัญ เพราะนอกจากปรุงอาหารให้รสดีขึ้นแล้ว ยังเป็นการถนอมอาหารได้ด้วย เป็นสิ่งที่จำเป็นมาก เราเรียกเกาะโมลุกกะ แต่ปัจจุบันเปลี่ยนเป็นเกาะมะลุกกุ

แต่ถ่ายวันนั้น ก็ผิดหวังนิดหนึ่ง เพราะมีเมฆมาก อย่างที่มีสุริยุปราคา ที่ไปถ่ายที่โคราช จะเห็นชัดกว่าเต็มดวง มีวงแหวนที่เรียกว่าหัวแหวนเพชร แต่อันนี้จะจับไม่ได้ทุกภาพ”



ราหูอมพระอาทิตย์

ภาพ “รุ้ง-น้ำตกอีกัวซู” รับสั่งว่า “เป็นรูปที่บราซิล น้ำตกอีกัวซูน่าจะเป็นน้ำตกที่ใหญ่ที่สุดในโลก ดูได้ 2 ด้าน ทั้งบราซิลและอาร์เจนตินา ก็นั่งเรือมา

โดยไปหากล้องกันน้ำที่จะถ่ายรูปได้ พอลงเรือก็หลับตา และชูกล้องถ่าย ถ่าย ถ่าย แล้วแต่พระเจ้าจะประทานรูป

ถ่ายเสร็จปุ๊บ พระเจ้าก็ใจดี ประทานรูปเป็นที่น่าพอใจ”



รุ้ง-น้ำตกอีกัวซู

ภาพ “มือในสวน” ตรัสว่า “นี่คือเซลฟี่ ที่สวนสาธารณะที่สวิตเซอร์แลนด์ มีประติมากรรมรูปแบบนี้ ก็ลองถ่ายให้เห็นประติมากรรมและเห็นมือของเราด้วย”



มือในสวน



วัดขนาดงูเหลือม ตัวที่ 63 บ๊อบบี้มาสังเกตการณ์ วังสระปทุม

นอกจากนี้ ยังทรงบรรยายภาพถ่ายฝีพระหัตถ์อื่นๆ อาทิ ภาพพระมหาไถ่, ภาพสวนนก, ภาพเนินไม้กางเขน, ภาพอนุสรณ์สถานยกพลขึ้นบก เกาะเลย์เต เป็นต้น



สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี รับสั่งทิ้งท้ายว่า “เชิญถ่ายภาพได้ตามสบาย ไม่มีการห้ามถ่าย

แม้จะมีคนเตือนว่า เดี๋ยวใครจะถ่าย แล้วสงวนลิขสิทธิ์เป็นของเขา

ก็บอกว่า ช่างเขาเถอะ ช่วยๆ กัน

งานนี้ ต้องการให้ทุกคนมีความสุข ไม่ต้องการให้มาเครียดมาก”


.............................................................


ที่มา : มติชน 15 ธ.ค. 2559 http://www.matichon.co.th/news/394951

ใส่ความเห็น

© Copyright 2017 Welovethaiking.com , all rights reserved