ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจอย่างเกื้อหนุน..เพื่อประโยชน์สุขของปวงประชา


อย่างที่ทราบกันดีว่าแนวพระราชดำริในการพัฒนาประเทศชาติของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช นั้น ทรงให้ความสำคัญในการพัฒนาประเทศจากฐานรากก่อนที่จะพัฒนาไปสู่ความเจริญในลำดับต่อไป

พระราชกรณียกิจของพระองค์จึงมุ่งงานด้านการชลประทาน เกษตรกรรม และการพัฒนาชนบท โดยโปรดเกล้าฯ ให้จัดหาแหล่งน้ำให้ราษฎรมีน้ำใช้ในการเพาะปลูกและเลี้ยงสัตว์

เพราะทรงตระหนักดีว่า “น้ำคือต้นกำเนิดของชีวิต” และเป็นสิ่งสำคัญในการประกอบอาชีพเกษตรในชนบท



ในขณะที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงเน้นการช่วยเหลือราษฎรให้สามารถประกอบอาชีพหลักของตนเองให้มีคุณภาพอยู่นั้น

พระองค์ทรงมอบหมายให้สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ปฏิบัติพระราชกรณียกิจในการดูแลทุกข์สุขและสุขภาพอนามัยของราษฎร

ทั้งสองพระองค์เสด็จฯ ไปยังถิ่นทุรกันดารทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ เพื่อให้ความช่วยเหลือและแก้ปัญหาความทุกข์ยากให้แก่ราษฎรตลอดระยะเวลาหลายสิบปี



โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริใน สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ที่พระราชทานให้แก่ประชาชนชาวไทย ส่วนใหญ่เป็นโครงการที่มุ่งไปสู่ความอยู่ดีมีสุขของราษฎร ให้สามารถประกอบอาชีพและพึ่งพาตนเองได้ เกิดความสำนึกรักบ้านเกิด และร่วมกันอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติให้คงความอุดมสมบูรณ์

เพื่อให้ราษฎรสามารถใช้ทรัพยากรธรรมชาติให้เกิดประโยชน์สูงสุด ตลอดจนการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของประเทศ

จวบปัจจุบันทรงพระราชทานโครงการพัฒนาหลากหลายด้าน ดังเช่น ด้านการส่งเสริมอาชีพ รายได้ และการพัฒนาคุณภาพชีวิต ด้านการอนุรักษ์และการฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ด้านสาธารณสุขและสังคมสงเคราะห์  ด้านการอนุรักษ์และฟื้นฟูศิลปวัฒนธรรม ด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ และด้านการพัฒนาเพื่อความมั่นคง เป็นจำนวนเกือบ ๙๐๐ โครงการ

ซึ่งช่วยแก้ปัญหาและบรรเทาความเดือดร้อนของราษฎรให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดียิ่งขึ้น



ดังพระราชดำรัสพระราชทาน เมื่อวันที่ ๑๘ มกราคม ๒๕๓๔ ณ พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท ความว่า

 “…การปฏิบัติงานของข้าพเจ้า ไม่ว่าจะเป็นงานด้านสุขภาพอนามัย งานด้านศิลปาชีพ และโครงการป่ารักน้ำ ล้วนเกิดมาจากการที่ข้าพเจ้าได้โดยเสด็จพระราชดำเนินพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวไปทรงเยี่ยมราษฎร

..การทรงเยี่ยมราษฎรนี้ คือ พระราชภารกิจหลักของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในอันจะออกไปรับทราบปัญหาของชาวบ้าน และหาวิธีแก้ไข ซึ่งเป็นทางหนึ่งที่จะทรงช่วยชาติบ้านเมือง และรัฐบาลของพระองค์ท่านได้


พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จึงทรงมอบหมายให้ข้าพเจ้าดูแลทุกข์สุขรวมทั้งสุขภาพอนามัยของครอบครัวชาวนาชาวไร่

..เพราะหากเขาเจ็บไข้ได้ป่วยไม่สามารถประกอบอาชีพได้ ครอบครัวก็จะประสบความทุกข์ยาก ชาวนาชาวไร่ที่ยากจนอยู่แล้วก็ยิ่งจะจนลงไปอีก

บางรายถึงกับต้องสูญเสียที่ดินไปก็มี…

ระหว่างที่พระองค์ท่านทรงพระราชดำเนินไปตามไร่นานั้น ข้าพเจ้าก็จะอยู่กับราษฎรที่มารับเสด็จฯ ได้มีโอกาสพูดคุยซักถามเรื่องสุขภาพอนามัยและความเป็นอยู่ต่างๆ ของราษฎร…”


จากทั้งหมดในข้างต้น อาจกล่าวได้ว่า การพัฒนาตามแนวพระราชดำริใน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นั้น มีลักษณะการทรงงานอย่างเกื้อกูลกัน

ทั้งสองพระองค์ทรงมุ่งมั่นประกอบพระราชกรณียกิจในการพัฒนาประเทศในทุกๆ ด้าน เพื่อให้ประชาชนของพระองค์มีคุณภาพชีวิตที่ดีบนความพอเพียงและสามารถพึ่งพาตนเองได้



และยังเป็นแนวทางการพัฒนาประเทศที่ยั่งยืนอย่างแท้จริง นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้

ข้าพระพุทธเจ้า มูลนิธิบุคคลพอเพียงและชมรมคนรักในหลวง


..............................................


ที่มา :  ข้อมูลจากหนังสือ สมเด็จพระบรมราชินีนาถนักพัฒนา เพื่อปวงประชาสุขศานต์ โดยสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ



ใส่ความเห็น

© Copyright 2017 Welovethaiking.com , all rights reserved