ตามรอยเจ้าพ่อหลวง กับ เศรษฐกิจพอเพียง…อยู่อย่างสมดุล พร้อมรับการเปลี่ยนแปลง (๓)

66125dc90

         อาจารย์ขอยกตัวอย่าง ๒ เรื่อง คือ

        เรื่องแรก อาจารย์มีเพื่อนชาวอังกฤษที่เขามาเมืองไทย และตอนหลังไม่กลับไปที่อังกฤษเลย เขาบอกว่า คนอังกฤษที่อยู่ในเมืองหลวง (กรุงลอนดอน) ที่อยู่ตามอพาร์ทเมนท์ คือ “คนจน” ส่วนคนรวยคือ “คนที่อยู่ในชนบท” สูดอากาศที่ดี…กินอาหารที่ปลอดสารพิษ…และอยู่อย่างพอประมาณ

        อาจารย์ประทับใจเขา ที่เขาบอกว่า ชีวิตคนชนบทของไทย คือ “วิถีชีวิตของคนรวยของอังกฤษ”

        ส่วนคนที่ทำงานในเมืองหลวง คือ “คนจน”

        เรื่องที่สอง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงใช้ชีวิตที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์มานาน ชาวสวิสก็ใช้ชีวิตเช่นเดียวกับชาวอังกฤษ

         ชาวสวิสที่ “ร่ำรวย” ก็ใช้ชีวิตแบบ “พอเพียง” ด้วยการทำนม ทำชีส ตัดไม้ หาฟืนไว้ใช้เองในยามฤดูหนาว ส่วนคนชั้นกลางที่ต้องไปรับจ้างทำงานในเมือง

         จากตัวอย่างที่เล่า จะเห็นได้ว่าสังคมที่เจริญแล้วเขาจะใช้ชีวิตแบบนี้

         ย้อนกลับมาที่ประเทศไทย คือ เราใช้ชีวิตแบบพอเพียงและพร้อมรับต่อการเปลี่ยนแปลงอยู่แล้ว แต่พยายามทำตัวเองให้เป็นสังคมล้าหลัง พัฒนาอุตสาหกรรมที่ไม่สอดคล้องกับทรัพยากรที่มีในประเทศ

          กล่าวคือ เป็นการพัฒนาที่ไม่รู้จักตัวเองอย่างแท้จริง ขาดความรอบรู้ว่าประเทศไทยมีจุดแข็งอย่างไร? คนไทยมีนิสัยอย่างไร? หรือสังคมไทยเป็นอย่างไร?

          การพัฒนาที่ขาดความรอบคอบไม่รอบรู้  ไม่ระมัดระวัง ขาดคุณธรรม ขาดความซื่อสัตย์สุจริต

          ความพอเพียงก็เลยไม่เกิดในสังคม ทำอะไรก็ไม่มีภูมิคุ้มกัน ก็เลยไม่สมดุล และไม่สามารถรองรับต่อการเปลี่ยนแปลงต่างๆได้

          สิ่งสำคัญ คือ เราต้องเริ่มต้นจากการรู้จักตัวเองก่อน ดึง “ความรู้กับคุณธรรม” เข้ามาเป็นพื้นฐานในสังคมไทยให้ได้ก่อน

          หากตรงนี้เกิดขึ้นแล้ว ก็จะเข้าใจได้เองว่า “พอประมาณ คือ แค่ไหน?”

          เพราะ เรารอบรู้บนเงื่อนไข “ความรู้พอประมาณ” ในแต่ละสถานการณ์เป็นอย่างไร? มีเหตุมีผลคิดอย่างไร?

          ทำเช่นนี้แล้วจะเกิดผลเช่นไร? มีภูมิคุ้มกันที่ดีแล้วหรือยัง?

          ความสมดุลและความพร้อมรับต่อการเปลี่ยนแปลง ก็จะเกิดตามมาเองอย่างเป็นขั้นเป็นตอนแบบนี้ ความเห็นต่อการพัฒนาแบบทุนนิยมในประเทศไทย

         เราจะสังเกตว่าประเทศที่มีความเป็นทุนนิยมสูง เช่น สหรัฐอเมริกา มีความเจริญมาก เพราะประเทศเขามีปัจจัยที่เอื้อต่อการเป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง

         กล่าวคือ ชาวอเมริกัน “มีความรู้” ได้รับข้อมูลข่าวสารอย่างพร้อมมูลทุกเมื่อ…

         มีเสรีภาพในการแสดงออก… มีความเข้าใจในระบบการเมือง…เน้นเรื่อง “ความซื่อสัตย์สุจริต” เป็นอย่างมาก

         สังคมอเมริกันจึงพร้อมสำหรับระบบทุนนิยม

         อังกฤษก็เป็นระบบทุนนิยม…รากฐานสังคมเข้มแข็งเป็นสังคมคริสต์

         ค่านิยมของสังคมคริสต์ คือ ทุกวันอาทิตย์ต้องเข้าโบสถ์

         ผู้นำประเทศต้องไปโบสถ์ทุกวันอาทิตย์นะ ถ้าไม่ไปถือว่าผิดปกติ…

         สังคมทุนนิยมเกิดขึ้นจากสังคมคริสต์นิกายโปรแตสแตนต์

         ซึ่งเป็นสังคมที่ยึดมั่นในหลักศาสนาอย่างเข้มงวด…

          มีความขยันหมั่นเพียร ซื่อสัตย์สุจริต ทำงานหาเงินเก็บเงิน…สั่งสมทุน

          แต่…ประเทศไทยที่มีปัญหา คือ เรายัง “ไม่เข้าใจ” และรู้จักระบบทุนนิยมอย่างแท้จริง…

          วิถีชีวิตของคนไทยมีหลายเรื่องที่นำมาเป็นจุดเด่นของประเทศไทยได้…

          อาจารย์ชอบมากเลยนะที่มีโฆษณาบอกว่า…คนไทยมีน้ำใจ… คนไทยโอบอ้อมอารี…

          จริงๆ เราเกิดมาเป็นลูกคนรวยนะ…เพราะพระแม่ธรณีให้อะไรเราทุกอย่าง อยากกินอะไรก็ปลูกเอา…ของกินมีเยอะแยะ ไม่ต้องกังวลมากกับการกินอยู่ มีชีวิตแบบพอเพียง ไปต่างจังหวัดหากไม่มีเงิน…ก็ไปวัด ไม่มีทางอดตาย

         แต่ที่ต่างประเทศเขาสามารถเพาะปลูกได้เพียง ๖ เดือน/ปีเท่านั้น เขาถึงต้องสั่งสมทุน เพื่อนำเงินไปซื้อทุกอย่าง เรารู้ไม่เท่าทันเขา ปัจจัยพื้นฐานต่างๆ ในสังคมเรา ยังไม่พร้อมที่จะนำระบบทุนนิยมมาใช้ เพราะ พื้นฐานสังคมไทยไม่ใช่สังคมที่สะสมทุน

เศรษฐกิจพอเพียง…


สอนให้ “คนโลภ” ให้น้อยลง


“พอใจ” ในสิ่งที่ได้มาจาก “ความเพียร” ที่สุดแล้ว


และคำนึงถึง “ประโยชน์ส่วนรวม” ด้วย


ซึ่งเป็น “การยาก” ที่จะทำให้คนถึงจุดแห่งความพอเพียงได้


…………………………..


 ปรดติดตามต่อใน ตอนที่ ๔ (จบ) http://goo.gl/Bxs5jX


ที่มา : สัมภาษณ์พิเศษ ดร.ปรียานุช พิบูลสราวุธ หัวหน้าโครงการวิจัย เศรษฐกิจพอเพียง สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์

สัมภาษณ์โดย : ขวัญชนก

……………………………


678


ดร.ปรียานุช พิบูลสราวุธ เป็นนักเรียนทุนเล่าเรียนหลวง ไปศึกษาที่ประเทศญี่ปุ่นตั้งแต่ระดับชั้นมัธยม จนจบปริญญาโท สาขาเศรษฐศาสตร์ ที่มหาวิทยาลัย Tsukuba จังหวัดอิบรากิ

กลับมาใช้ทุนรัฐบาลด้วยการทำงานที่สภาพัฒน์ และไปศึกษาต่อระดับปริญญาเอกสาขาเศรษฐศาสตร์ ที่แคนาดา มหาวิทยาลัย Simon Fraser เชี่ยวชาญด้าน การวิจัยนโยบายเศรษฐกิจระหว่างประเทศ

กระทั่งปี ๒๕๔๗ ได้รับตำแหน่ง ผู้อำนวยการกลุ่มงานเศรษฐกิจพอเพียงสภาพัฒน์

ปัจจุบัน ทำหน้าที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการขับเคลื่อน “ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” ในตำแหน่ง หัวหน้าโครงการวิจัยเศรษฐกิจพอเพียง สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ และผู้ช่วยเลขานุการ คณะอนุกรรมการขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียง และประธานคณะทำงานขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียง ด้านการศึกษา

………………………………………


ที่มา: คัดย่อจากจดหมายข่าวประชาคมวิจัย

ขอขอบคุณ บล็อก Travel Culturesin Thailand Mag

ใส่ความเห็น

© Copyright 2017 Welovethaiking.com , all rights reserved