ด้วยพระมหากรุณาธิคุณในสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๑๐ ..พระราชดำริโครงการที่หนองอึ่ง..ฟื้นฟูป่า ราษฎรมีรายได้ยั่งยืน

aaa9

     สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ และสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณฯ (รัชกาลที่ 10) เมื่อครั้งทรงดำรงพระราชอิสริยยศสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมราษฎร บ้านคำน้ำสร้าง ตำบลค้อเหนือ อำเภอเมือง จังหวัดยโสธร เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2543

ทรงรับทราบถึงปัญหาความทุกข์ยากเดือดร้อนที่ชาวบ้านได้ถวายรายงาน จึงได้พระราชทานพระราชดำริให้หน่วยราชการ ให้การช่วยเหลือดูแลราษฎรให้อยู่ดีกินดี

     และสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (เมื่อครั้งทรงดำรงพระราชอิสริยยศสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร) ได้พระราชทานพระราชดำริให้พัฒนาและปรับปรุงพื้นที่ ด้วยการขุดลอกหนองอึ่งที่เป็นพื้นที่สาธารณประโยชน์ พร้อมการพัฒนาปรับปรุงดินและพื้นที่แห้งแล้ง ด้วยการปลูกป่าและหญ้าแฝก รวมถึงการฟื้นฟูสภาพป่าโดยรอบหนองอึ่ง ในพื้นที่กว่า 3,006 ไร่ โดยราษฎรได้เข้ามามีส่วนร่วมและร่วมใจกันพัฒนาพื้นที่โดยรอบหนองอึ่ง

aaa8

พื้นที่หนองอึ่ง มีแม่น้ำสองสายมาบรรจบหรือสบกัน คือแม่น้ำชีและลำน้ำยัง พื้นที่ดังกล่าวเป็นที่ลุ่มต่ำและเป็นเส้นทางน้ำไหลผ่าน ทำให้ประสบกับปัญหาน้ำท่วมในช่วงฤดูฝน

      ราษฎรจำนวน 7 หมู่บ้าน ประสบกับปัญหาน้ำท่วมมาอย่างยาวนาน เส้นทางสัญจรถูกตัดขาดติดต่อไม่ได้ พื้นที่การเกษตรเพาะปลูกข้าวนาปีมีความเสียหาย ปัญหาน้ำท่วมเกิดขึ้นซ้ำซากทุกๆ ปี ขณะเดียวกันเมื่อถึงช่วงฤดูแล้งน้ำแห้งไม่มีน้ำเพียงพอเพื่อการอุปโภค บริโภค ทำการเกษตรไม่ได้ผล

      ในอดีต ก่อนได้รับพระมหากรุณาธิคุณ โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริพัฒนาหนองอึ่ง ประสบปัญหาน้ำทวีความรุนแรงขึ้นต่อการดำรงชีพ ในเวลาเดียวกันประชากรในพื้นที่เพิ่มขึ้น

       เพื่อความอยู่รอด ชาวบ้านจึงทำทุกอย่างแม้แต่การบุกรุกถากถางป่า ป่าไม้ที่เคยอุดมสมบูรณ์ถูกแผ้วถางเพื่อสร้างที่อยู่อาศัย เพื่อเพิ่มพื้นที่ทำไร่เลื่อนลอย นำไม้มาทำฟืน และใช้สอย ทำให้สภาพป่าเสื่อมโทรม ชาวบ้านโดยรวมจึงมีชีวิตยากลำบากยิ่งขึ้น ในระยะหลังแม้แต่จะอาศัยเก็บหาของป่าเพื่อบริโภคและจำหน่วยไม่ได้เหมือนเดิม


(ภาพพระราชกรณียกิจ เพื่อประกอบเรื่อง)


        ราษฎรส่วนหนึ่งต้องพากันอพยพออกไปรับจ้างย้ายถิ่นฐานไปอยู่หัวเมืองใหญ่ เพื่อหารายได้เลี้ยงตัวเองและครอบครัว

         ต่อมาได้จัดตั้งเป็น “ป่าชุมชนดงมัน” ในปี 2546 เพื่อสนองพระราชดำริ “ฟื้นฟูสภาพป่าเพื่อให้คนอยู่กับป่าได้อย่างเกื้อกูล”  

ป่าชุมชนดงมันเป็นพื้นที่สาธารณประโยชน์ จำนวน 3,006 ไร่ ซึ่งเป็นป่าบกผืนเดียวที่น้ำท่วมไม่ถึง มีสภาพเป็นป่าดิบแล้งผสมเต็งรัง เป็นแหล่งพึ่งพิงที่สำคัญยิ่งของ 7 หมู่บ้านเป้าหมายโครงการ ในการเป็นแหล่งเก็บหาของป่าไม้ใช้สอย ไม้ฟืน รวมถึงการปลูกพืชไร่  และทำเลเลี้ยงสัตว์ ทรัพยากรป่าไม้อยู่ในสภาพเสื่อมโทรม คงเหลือสภาพป่าที่อุดมสมบูรณ์ประมาณ 800 ไร่ ป่าเสื่อมโทรม 1,200 ไร่ และพื้นที่ไร่ร้างประมาณ 800 ไร่

aaa6


         กรมป่าไม้โดยโครงการพัฒนาพื้นที่บริเวณหนองอึ่งได้น้อมนำแนวพระราชดำริ หลักภูมิสังคม โดยส่งเสริมและสนับสนุนให้ราษฎร ผู้นำหมู่บ้าน 7 หมู่บ้าน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จัดการทรัพยากรป่าไม้ ดงมันสาธารณประโยชน์ 3,006 ไร่ ในหลักการของป่าชุมชน โดยการส่งเสริมการบริหารการจัดการป่าในรูปแบบ ฟาร์มเศรษฐกิจพอเพียง เพื่ออนุรักษ์ ฟื้นฟู พัฒนา ใช้ประโยชน์ป่าอย่างสมดุล และยั่งยืน

         ทั้งนี้สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน กปร.) ได้ลงพื้นที่ติดตาม ความคืบหน้าของการดำเนินโครงการและเยี่ยมชมราษฎรบริเวณพื้นที่หนองอึ่งซึ่งได้รับประโยชน์จากโครงการ

aaa10

      นายบัวผัน เศษสุวรรณ์ ประธานสหกรณ์การเกษตรในโครงการพัฒนาพื้นที่บริเวณหนองอึ่งอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จำกัด (ให้ข้อมูลเมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2554) เล่าความรู้สึกของตนให้ฟังอย่างปลาบปลื้ม ว่า อานิสงส์จากโครงการหนองอึ่งอันเนื่องมาจากพระราชดำรินำไปสู่การสร้าง ป่าชุมชนด้วยความสามัคคีของชาวบ้านสนองพระมหากรุณาธิคุณทำให้ชาวบ้านโดยรอบจำนวน 7 หมู่บ้าน มีรายได้ จากการเก็บหา ของป่าขายมีรายได้ไม่ต่ำกว่า 3 ล้านบาทในแต่ละปี


(ภาพพระราชกรณียกิจ เพื่อประกอบเรื่อง)


      ซึ่งรายได้หลักที่เกิดขึ้นจากป่าชุมชนดงมัน ณ เวลานี้มีมากมาย ที่สำคัญได้แก่ เห็ดโคน เห็ดเผาะ เห็ดระโงก เห็ดตะไค เห็ดก่อ จินูน จิ้งโก่ง ไข่มดแดง มันป่า แต่ที่โดดเด่น คือ เห็ดโคน ซึ่งดอกมีขนาดใหญ่และยาวที่ชาวบ้านเรียกกันทั่วไปว่า ‘เห็ดโคนหยวก‘ ในแต่ละปีสามารถเก็บได้จากป่าดงมันได้ประมาณ 5-6 ตัน

       นอกจากเห็ดโคนแล้ว ปัจจุบัน เห็ดต่างๆ ที่อยู่ในป่าชุมชนดงมัน นับวันจะมีปริมาณเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นผลมาจากการร่วมมือของประชาชนและหน่วยงานภาครัฐในการฟื้นฟูสภาพป่า

      รวมถึงการป้องกันรักษาป่าโดยองค์กรป่าชุมชนแล้วก็ความชุ่มชื้นจากแหล่งน้ำทำให้ราษฎรมีอาชีพ มีงานทำมีรายได้จากป่าดงมันอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี

aaa7

(ภาพพระราชกรณียกิจ เพื่อประกอบเรื่อง)


      ด้วยพระมหากรุณาธิคุณจากทั้งสองพระองค์ได้พระราชทานความช่วยเหลือ จึงทำให้ราษฎรมีรายได้ที่ยั่งยืน

นายบัวผัน เศษสุวรรณ์ ยังกล่าวอีกว่า เมื่อมีป่าที่อุดมสมบูรณ์ ส่งผลให้ชาวบ้านสามารถพึ่งพาอาศัยป่าและได้ผลประโยชน์จากป่า สามารถสร้างอาชีพด้วยการเก็บของป่า

และเกิดการแปรรูปอาหารจากป่าชุมชนดงมัน ภายใต้สหกรณ์การเกษตรในโครงการพัฒนาพื้นที่บริเวณหนองอึ่งอันเนื่องมาจากพระราชดำริมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง ในนาม “วนาทิพย์ โอท็อปชุมชนคนรักษ์ป่า” และยังได้รับการคัดสรรเป็นโอท็อประดับ 5 ดาวของจังหวัดยโสธรในปี 2552 ถึงปัจจุบัน

aaa2

      “ผลสำเร็จของการฟื้นฟูป่าไม้บริเวณพื้นที่หนองอึ่งอันเนื่องมาจากพระราชดำริจนกลับคืนความอุดมสมบูรณ์ดังเดิม ด้วยเพราะพระมหากรุณาธิคุณแห่งล้นเกล้าล้นกระหม่อมทั้งสองพระองค์เป็นที่ประจักษ์และซาบซึ้งของชาวจังหวัดยโสธร โดยเฉพาะราษฎรตำบลค้อเหนืออย่างหาที่สุดมิได้แท้จริง” นายบัวผัน เศษสุวรรณ์ กล่าว

aaa1

รายละเอียดติดต่อ : สมศักดิ์ ทวินันท์ นักวิชาการป่าไม้ 6 ทำหน้าที่หัวหน้า โครงการพัฒนาพื้นที่บริเวณหนองอึ่ง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดยโสธร โทร.081-8784057  และสหกรณ์การเกษตรในโครงการพัฒนาพื้นที่บริเวณหนองอึ่งอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จำกัด หมู่ 12 ต.ค้อเหนือ อ.เมือง จ.ยโสธร โทรศัพท์ : 0-4573-7010, 08-1955-3813

aaa5

aaa4

aaa3

……………………………………


ที่มา : สำนักงาน กปร. จังหวัดยโสธร และ โครงการพัฒนาพื้นที่บริเวณหนองอึ่ง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดยโสธร

ใส่ความเห็น

© Copyright 2017 Welovethaiking.com , all rights reserved