จ.สมุทรปราการ ขับเคลื่อน แปลงใหญ่ด้านการเกษตร



สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 3 จังหวัดระยอง กรมส่งเสริมการเกษตรกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ร่วมกับจังหวัดสมุทรปราการ โดยสำนักงานเกษตรจังหวัดสมุทรปราการ และทุกหน่วยงานสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ บูรณาการจัดโครงการเชื่อมโยงเครือข่ายความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และเกษตรกร

สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 3 จังหวัดระยอง กรมส่งเสริมการเกษตรกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ร่วมกับจังหวัดสมุทรปราการ โดยสำนักงานเกษตรจังหวัดสมุทรปราการ และทุกหน่วยงานสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ บูรณาการจัดโครงการเชื่อมโยงเครือข่ายความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และเกษตรกร

ในการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินกิจกรรมทางการเกษตรในการลดต้นทุนการผลิต การเพิ่มผลผลิต การเพิ่มคุณภาพผลผลิตให้ได้มาตรฐาน GAP การสร้างความเข้มแข็งให้เกษตรกรพร้อมทั้งการสร้างเครือข่ายในด้านการบริหารจัดการและการตลาด

รวมทั้งเป็นการเปิดโอกาสให้เกษตรกรได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างกัน โดยจัดให้มีการสัมมนาเพื่อสร้างความเข้าใจการดำเนินการให้เป็นไปในแนวเดียวกันของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ณ ห้องประชุมองค์การบริหารส่วนตำบลบางแก้ว อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2560 ที่ผ่านมา โดยมี นายชาติชาย อุทัยพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ เป็นประธานเปิดการประชุมสัมมนา โดยเกษตรจังหวัดกล่าวรายงาน

นายชาตรี บุญนาค ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 3 จังหวัดระยอง เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2560 ที่จังหวัดสมุทรปราการ สสก.ที่ 3 จังหวัดระยอง ได้มาเป็นวิทยากรบรรยาย เรื่อง การขับเคลื่อนงานเกษตรแปลงใหญ่ตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้กำหนดนโยบายดำเนินงานระบบส่งเสริมการเกษตรแปลงใหญ่

โดยได้เริ่มโครงการมาตั้งแต่ปี 2558 ด้วยการรวมเกษตรกรรายย่อยที่ผลิตสินค้าชนิดเดียวกันมีพื้นที่ติดต่อกันหรือใกล้เคียงกัน จัดตั้งเป็นกลุ่มแปลงใหญ่

ตามหลักเกณฑ์ของมติที่ประชุมคณะ กรรมการฯ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2560 ที่ได้ปรับหลักเกณฑ์ใหม่ให้เล็กลงสามารถดำเนินการได้ทุกพื้นที่ในการจัดตั้งแปลงใหญ่สินค้า ด้านพืช ประมง และปศุสัตว์ เกษตรกรไม่น้อยกว่า 30 ราย พื้นที่ 300 ไร่ ขึ้นไป โดยผ่านการรับรองจากคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์แบบเบ็ดเสร็จ (Sin gle Command หรือ SC) แล้วเสนอคณะอนุกรรมการพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์ของจังหวัดทราบ

สำหรับจังหวัดสมุทรปราการได้มีการจัดตั้งแปลงใหญ่ในพื้นที่ทุกอำเภอ และได้ผ่านขบวนการ ดังกล่าวแล้วจำนวน 10 แปลง 498 คน พื้นที่ 9,523 ไร่

ประกอบด้วย 1) แปลงใหญ่ต้นแบบข้าว ต.คลองสวน และ ต.คลองนิยมยาตรา อ.บางบ่อ เกษตรกร 98 ราย พื้นที่รวม 2,330 ไร่

2) แปลงใหญ่ทั่วไปหอยแครง ต.แหลมฟ้าผ่า อ.พระสมุทรเจดีย์ เกษตรกร 30 ราย พื้นที่ 1,014 ไร่

3) แปลงใหญ่ทั่วไปปลานิลและกุ้งขาว ต.บางบ่อ คลองด่าน เปร็ง และบ้านระกาศ อ.บางบ่อ เกษตรกร 54 ราย พื้นที่ 1,693 ไร่

4) แปลงใหญ่ทั่วไปปลานิลและกุ้งขาวบางเสาธง อ.บางเสาธง เกษตรกร 51 ราย พื้นที่ 1,169 ไร่

5) แปลงใหญ่ทั่วไปข้าว อ.บางเสาธง เกษตรกร 51 ราย พื้นที่ 1,344.25 ไร่

6) แปลงใหญ่ทั่วไปผักกระเฉด อ.บางพลี เกษตรกร 50 ราย พื้นที่ 306.5 ไร่

7) แปลงใหญ่ทั่วไปพืชผัก อ.เมืองสมุทรปราการ เกษตรกร 50 ราย พื้นที่ 11 ไร่

8) แปลงใหญ่ทั่วไปไม้ดอกไม้ประดับ อ.พระประแดง เกษตรกร 50 ราย พื้นที่ 75 ไร่

9) แปลงใหญ่ทั่วไปข้าวหมู่ที่ 1-2 และหมู่ที่ 6 ต.คลองนิยมยาตรา อ.บางบ่อ เกษตรกร 30 ราย พื้นที่ 806 ไร่

10) แปลงใหญ่ทั่วไปข้าวหมู่ที่ 3 และหมู่ที่ 4 ต.คลองนิยมยาตรา อ.บางบ่อ เกษตรกร 34 ราย พื้นที่ 775 ไร่

ซึ่งการดำเนินงานระบบส่งเสริมการเกษตรแปลงใหญ่ คณะรัฐมนตรีได้มีมติ วันที่ 22 พฤศจิกายน 2559 ที่ผ่านมา ได้ขยายวงเงินสินเชื่อเพื่อการพัฒนาการเกษตรแปลงใหญ่ผ่านธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร

จากแปลงละไม่เกิน 5 ล้านบาท เป็นแปลงละไม่เกิน 10 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 3.01 ต่อปี โดยเกษตรกรชำระดอกเบี้ยร้อยละ 0.01 ต่อปี ระยะเวลาโครง การเริ่มเดือนพฤศจิกายน 2559-เมษายน 2570

ทางด้านนายดนัย ปัญจพิทยากุล เกษตรจังหวัดสมุทรปราการ เปิดเผยว่า หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ของจังหวัดสมุทรปราการได้จัดประชุมสัมมนาเชื่อมโยงเครือข่ายความร่วมมือการผลิตและการตลาดสินค้าเกษตรแปลงใหญ่ขึ้น เพื่อเชื่อมโยงเครือข่ายความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และเกษตรกรในการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินกิจกรรมทางการเกษตร

โดยมีเกษตรกรและบุคลากรจากส่วนงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมสัมมนากว่า 250 คน ซึ่งในระหว่างการประชุมสัมมนาได้มีการลงนามข้อตกลงความร่วมมือ MOU ซื้อขายผลผลิตและปัจจัยการผลิตสินค้าเกษตรแปลงใหญ่ซึ่งได้รับความร่วมมือจากสหกรณ์จังหวัดสมุทรปราการ

ตลอดถึงการจัดสถานีเรียนรู้ 3 สถานีหลัก ได้แก่ สถานีน้ำเพื่อการเกษตร จากสำนักงานชลประทานสมุทรปราการ สถานีพัฒนา ที่ดินเพื่อการเกษตร จากสถานีพัฒนาที่ดินสมุทรปราการ และสถานีผลิตข้าวคุณภาพและผลิตเมล็ดพันธุ์จากศูนย์วิจัยข้าวปทุมธานี

การจัดสัมมนาในครั้งนี้จะก่อเกิดผลในทางปฏิบัติของส่วนราชการที่เกี่ยวข้องกับเกษตรกรในการขับเคลื่อนโครงการให้เป็นผล อย่างเป็นรูปธรรมและบรรลุเป้าหมายที่กำหนดไว้ได้อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งจะเอื้อต่อการทำการผลิตในทุกชนิดพืชอย่างคุ้มค่าต่อการลงทุนของเกษตรกรภายใต้แนวทางการบูรณาการของส่วนงานที่เกี่ยวข้อง อันจะยังมาซึ่งรายได้ที่เพิ่มขึ้นของเกษตรกรได้เป็นอย่างดี.

............................

ที่มา : เดลินิวส์

ใส่ความเห็น

© Copyright 2017 Welovethaiking.com , all rights reserved