จากหลักการทรงงานสู่การปฏิบัติและผลสัมฤทธิ์แห่งการพัฒนา (8)

สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง

       “...เรื่องที่ช่วยชาวเขาและโครงการชาวเขานั้นมีประโยชน์โดยตรงกับชาวเขา เพื่อที่จะส่งเสริมและสนับสนุนให้ชาวเขามีความเป็นอยู่ดีขึ้น สามารถที่จะเพาะปลูกสิ่งที่จะเป็นประโยชน์และเป็นรายได้กับเขาเอง ที่มีโครงการเช่นนี้ จุดประสงค์อย่างหนึ่งก็คือมนุษยธรรม  อยากที่จะให้ผู้ที่อยู่ในที่ทุรกันดารสามารถที่จะมีความรู้และพยุงตัว มีความเจริญได้ อีกอย่างหนึ่งก็เป็นเรื่องช่วยในทางที่ทุกคนเห็นว่าควรจะช่วย เพราะเป็นปัญหาใหญ่ก็คือปัญหาเรื่องยาเสพติด  ถ้าเราสามารถที่จะช่วยชาวเขาให้ปลูกพืชผลที่เป็นประโยชน์มาก เขาจะเลิกปลูกยาเสพติด ปลูกฝิ่น ทำให้นโยบายการระงับการปราบการสูบฝิ่น และการค้าฝิ่นได้ผลดีอันนี้ก็เป็นผลอย่างหนึ่ง ผลอีกอย่างหนึ่งซึ่งสำคัญมากก็คือ ชาวเขาตามที่รู้เป็นผู้ที่ทำการเพาะปลูกที่อาจทำให้บ้านเมืองเราไปสู่หายนะได้ โดยที่ถางป่าและปลูกโดยวิธีที่ไม่ถูกต้อง ถ้าพวกเราทุกคนไปช่วยเขา ก็เท่ากับช่วยบ้านเมืองให้มีความดี ความอยู่ดีกินดี และปลอดภัยได้อีกทั้งประเทศ เพราะว่าถ้าเราสามารถทำโครงการนี้ให้สำเร็จให้ชาวเขาอยู่เป็นหลักแหล่ง สามารถที่จะมีการอยู่ดีกินดีพอควรและสนับสนุนนโยบายที่จะรักษาป่าไม้  รักษาดินให้เป็นประโยชน์ต่อไป ประโยชน์อันนี้จะยั่งยืนมาก”

พระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

วันที่ 10 มกราคม 2517

           เมื่อครั้งที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถได้เสด็จฯ เยี่ยมเยียนราษฎรที่หมู่บ้านผักไผ่ อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ ในครั้งนั้นได้เสด็จฯ ผ่านบริเวณดอยอ่างขางและทอดพระเนตรเห็นว่าชาวเขาส่วนใหญ่ที่อาศัยอยู่บริเวณนี้ทำการปลูกฝิ่นและมีฐานะยากจน ทั้งยังเป็นการทำลายทรัพยากรป่าไม้ต้นน้ำลำธารที่เป็นแหล่งสำคัญต่อระบบนิเวศซึ่งจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อส่วนอื่นของประเทศได้ จึงทรงสละพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์จำนวน 1,500 บาท เพื่อซื้อที่ดินและไร่ส่วนหนึ่งจากชาวเขาในบริเวณดอยอ่างขาง จากนั้นจึงโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งโครงการหลวงขึ้นเป็นโครงการส่วนพระองค์ เมื่อ พ.ศ. 2512 โดยทรงแต่งตั้งให้หม่อมเจ้าภีศเดช รัชนี เป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการในตำแหน่งประธานมูลนิธิโครงการหลวง เพื่อใช้เป็นสถานีวิจัยและทดลองปลูกพืชเมืองหนาวชนิดต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นไม้ผล ผัก ไม้ดอกเมืองหนาว เพื่อเป็นตัวอย่างแก่เกษตรกรชาวเขาในการนำพืชเหล่านี้มาเพาะปลูกทดแทนการปลูกฝิ่น ซึ่งต่อมาพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้พระราชทานนามว่า “สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง”

         จากวันนั้นจนถึงวันนี้เป็นระยะเวลาเกินกว่า 4 ทศวรรษแล้วที่สถานีฯ แห่งนี้เป็นสถานที่หล่อเลี้ยงลมหายใจของชาวเขาเผ่าต่างๆ ให้มีความหวังที่จะหลุดพ้นจากความยากจนและมีความพยายามเพื่อการมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น โดยชาวเขาที่อยู่ในบริเวณดอยอ่างขางจะได้รับความช่วยเหลือจากโครงการหลวงที่เน้นใช้แรงงานจากชาวไทยใหญ่ที่มาทำงานเป็นคนงานของสถานีจำนวนหลายร้อยคน โดยทั้งหมดจะพักและอาศัยอยู่ในบริเวณพื้นที่สถานี ในขณะที่ชาวเขาเผ่าอื่นๆ เช่น ชาวปะหล่อง ชาวมูเซอดำ ชาวจีนยูนนาน นิยมทำการเกษตรกรรมมากกว่า ซึ่งสถานีฯ ได้จัดสรรพื้นที่ให้แก่ชาวเขาเหล่านี้เพื่อใช้ทำการเพาะปลูกพืชเศรษฐกิจต่างๆ เช่น ไร่ชา ไร่กาแฟ แปลงบ๊วย แปลงกุหลาบ แปลงผักอินทรีย์ ทั้งยังสนับสนุนให้ชาวเขาใช้พื้นที่ของหมู่บ้านตัวเองในการเพาะปลูกพืชผลและพืชผักเมืองหนาวเพื่อส่งผลผลิตให้กับสถานีเกษตรหลวงอ่างขาง ก่อนที่จะนำไปจัดจำหน่ายในร้านค้าของโครงการหลวงต่อไป

           นอกจากหน้าที่หลักของสถานีฯ ในการดำเนินงานวิจัยหลักของโครงการวิจัยต่างๆ โดยเฉพาะงานวิจัยไม้ผลเขตหนาว งานวิจัยป่าไม้ งานเกษตรที่สูง และใช้ฝึกอบรม เผยแพร่ผลงานแก่เจ้าหน้าที่และเกษตรกรแล้ว สถานีฯ ยังส่งเสริมและพัฒนาอาชีพแก่เกษตรกรชาวเขาในหมู่บ้านรอบๆ ให้เกษตรกรมีความเข้มแข็งและพึ่งพาตนเองได้ ทั้งยังร่วมกันฟื้นฟูและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติป่าต้นน้ำลำธารเพื่อรองรับการเป็นศูนย์การเรียนรู้ ส่งเสริม และสนับสนุนกิจกรรมด้านการท่องเที่ยวภายในชุมชน โดยภายในสถานีเกษตรหลวงอ่างขางจะมีแปลงพืชผักและพืชผลเมืองหนาวหลายชนิดให้นักท่องเที่ยวเยี่ยมชม เช่น สวน 80 พรรษา แปลงรวบรวมพันธ์ผักเมืองหนาว สวนไม้ดอกกลางแจ้ง แปลงชา แปลงสตรอว์เบอร์รี และมีกิจกรรมที่น่าสนใจ เช่น ขี่จักรยาน ขี่ฟ้อชมธรรมชาติ ดูนก เยี่ยมชมหมู่บ้านชาวเขา เช่น หมู่บ้านขอบด้งของชาวมูเซอดำ หมู่บ้านนอแลของชาวปะหล่องที่เข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภารและต่างสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณจากรุ่นสู่รุ่นซึ่งช่วยฉายภาพอันเด่นชัดของพระราชกรณียกิจและพระวิสัยทัศน์อันยาวไกลของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ทรงมีต่อพสกนิกรทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน ไม่ว่าจะเป็นคนเชื้อชาติใด เผ่าพันธุ์ใด หากมาพึ่งพาอาศัยอยู่ในผืนแผ่นดินไทยแล้ว ย่อมจะอยู่อย่างร่มเย็นเป็นสุขใต้ร่มพระบารมีของพระองค์โดยแท้



               

 

 

 

 

 

 

ขอขอบคุณ ห้องสมุดมั่นพัฒนา

ดูข้อมูลเพิ่มเติม สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง, มูลนิธิโครงการหลวง, ผู้จัดการออนไลน์

ใส่ความเห็น

© Copyright 2017 Welovethaiking.com , all rights reserved