จากหลักการทรงงานสู่การปฏิบัติและผลสัมฤทธิ์แห่งการพัฒนา (6)

ชุมชนบ้านดอกบัว : ต้นแบบชุมชนเศรษฐกิจพอเพียง

       นับเป็นโชคดีของคนไทยที่มีพระมหากษัตริย์นักพัฒนาอย่างพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ได้พระราชทานแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียงซึ่งเป็นแนวทางการดำเนินชีวิตที่สอนให้อยู่อย่างพอประมาณตน เดินทางสายกลาง มีความพอดีและพอเพียงกับตนเอง ครอบครัว และชุมชน เน้นการพึ่งพาตนเองก่อนเป็นอันดับแรกโดยไม่ทำให้ตนเองและผู้อื่นเดือดร้อน ทั้งพยายามพึ่งพาปัจจัยภายนอกให้น้อยที่สุด ถึงวันนี้จากตัวอย่างความสำเร็จที่เผยแพร่ในสื่อต่างๆ เป็นที่ประจักษ์ชัดแล้วว่าแนวทางของเศรษฐกิจพอเพียงเป็นแนวทางที่สามารถนำไปปฏิบัติได้จริงและเห็นผลอย่างเป็นรูปธรรม ดังตัวอย่างหนึ่งที่นำมาเสนอในที่นี้คือ ชุมชนหมู่บ้านดอกบัว (บ้านบัว) หมู่ 4 ต.บ้านตุ่น อ.เมือง จ.พะเยา

       ชุมชนหมู่บ้านดอกบัวเป็นชุมชนล้านนาที่ได้ประยุกต์การพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนโดยยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงที่เน้นการพึ่งพาตนเอง มีการรวมกลุ่มทำกิจกรรมมต่างๆ ในชุมชนอย่างเข้มแข็ง มีการถ่ายทอดความรู้ให้สมาชิกในชุมชนมีทัศนคติ พฤติกรรมและระบบการผลิตที่สอดคล้องกับภูมิปัญญา ทรัพยากร และแนวทางการดำเนินชีวิตของคนในชุมชนได้อย่างลงตัวผ่านกิจกรรมที่สอดคล้องกับหลักการสามห่วง สองเงื่อนไข คือชุมชนมีความพอประมาณ มีเหตุผล มีภูมิคุ้มกันที่ดีในตัว ตลอดทั้งมีความรู้คู่คุณธรรม ซึ่งการพัฒนาเศรษฐกิจของชุมชนหมู่บ้านดอกบัวให้มีความเข้มแข็งและสามารถยืนหยัดได้ด้วยตนเองประกอบด้วยหลักสำคัญ 6 ประการคือ การลดรายจ่าย การเพิ่มรายได้ การประหยัด การเรียนรู้ การอนุรักษ์และใช้ทรัพยากรธรรมชาติ ตลอดทั้งการเอื้ออารีซึ่งกันและกัน

        ด้านการลดรายจ่าย ทุกครัวเรือนมีการปลูกผักสวนครัว ผักปลอดสารพิษ การเลี้ยงไก่พื้นเมือง เลี้ยงปลาไว้กินแต่ละครัวเรือน หากมีเหลือจากการบริโภคก็แบ่งปันให้เพื่อนบ้านหรือนำไปขาย นอกจากนี้ยังมีการการเลี้ยงวัวพันธุ์พื้นเมืองและโคขุนจำนวนมาก ซึ่งนอกจากจะทำรายได้ให้แก่ชาวบ้านแล้ว มูลวัวยังนำมาทำแก๊สหุงต้มชีวภาพได้อีกทางหนึ่ง ทั้งยังมีการทำจุลินทรีย์จากหน่อกล้วยไว้เป็นปุ๋ยสำหรับใช้ในการเกษตร

        ด้านการเพิ่มรายได้ จากที่มีวัตถุดิบอยู่แล้วในชุมชนคือไม้ไผ่รวก และมีภูมิปัญญาท้องถิ่นในการจักสานที่สืบทอดมาจากบรรพบุรุษ จึงได้มีรวมกลุ่มจักสานเข่งและสุ่มไก่เพื่อใช้และจำหน่ายในหมู่บ้านตำบลเดียวกันก่อน ต่อมาได้มีการรวมตัวเป็นกลุ่มใหญ่ที่มีสมาชิกมากขึ้นและมีการระดมเงินออม แล้วขยายไปในชุมชนอื่นๆ โดยสร้างเป็นเครือข่ายหมู่บ้านและตำบลใกล้เคียง กระทั่งงานจักสานเข่งและสุ่มไก่กลายเป็นสินค้าที่ทำรายได้ดีให้กับทุกครัวเรือนและยังเป็นสินค้า OTOP ที่มีชื่อเสียงของจังหวัดพะเยา นอกจากนี้ ยังมีการจักสานผักตบชวาเป็นอาชีพเสริม โดยนำวัตถุดิบจากกว๊านพะเยามาจักสานเป็นผลิตภัณฑ์ที่สวยงามและมีคุณภาพ ทั้งเป็นการกำจัดผักตบชวาไปด้วยในตัว

         ด้านการประหยัด ได้มีความเห็นพ้องต้องกันว่าทุกครัวเรือนต้องประหยัด ออมเงิน และจัดทำบัญชีครัวเรือนอย่างเป็นระบบ ทั้งยังมีการรวมกลุ่มการออมกระจายออกไปในกิจกรรมทางเศรษฐกิจต่างๆ เช่น กองทุนหมู่บ้าน โครงการแก้ไขปัญหาความยากจน กลุ่มออมทรัพย์เข่ง กลุ่มแม่บ้าน กลุ่มเลี้ยงวัวพันธุ์พื้นเมือง กลุ่มจักสานผักตบชวา กลุ่มปลูกหญ้าแพงโกล่า กลุ่มวิสาหกิจชุมชน

          ด้านการเรียนรู้ ชุมชนมีภูมิปัญญาชาวบ้านหลายด้านที่มีครูผู้ถ่ายทอดแนวคิด ความรู้ แนวทางการทำงาน ประสบการณ์ และกระบวนการเรียนรู้ต่างๆ สู่สมาชิกของชุมชน เช่น มีศูนย์การเพาะพันธุ์กว่างด้วงเขา ซึ่งเป็นแห่งแรกและแห่งเดียวในประเทศ มีการให้ความรู้เกี่ยวกับการเพาะพันธุ์ไม้ต่างๆ รวมถึงการจัดสวนหย่อม ที่สำคัญคือทุกครัวเรือนจะมีการเรียนรู้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเป็นประจำทุกครัวเรือน โดยการสอนให้ลูกหลานทุกวันเป็นกิจวัตร

          ด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน มีการปลูกไม้ไผ่ทดแทนไม้ไผ่ที่นำมาใช้สำหรับการจักสานเข่งเป็นประจำ และไม่นำหน่อไม้จากไผ่เหล่านี้มาประกอบอาหาร นอกจากนั้น ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ในชุมชนจะออกกฎระเบียบห้ามใช้รถยนต์และรถจักยานยนต์ในชุมชน แต่ให้ใช้การเดินเท้าหรือใช้จักรยานเท่านั้นเพื่อช่วยประหยัดพลังงานและลดภาวะโลกร้อน

          ด้านความเอื้ออารีต่อกัน มีการดูแลช่วยเหลือคนจน คนด้อยโอกาส และผู้ประสบปัญหาทางเศรษฐกิจหรือผู้ได้รับผลกระทบจากอุบัติภัยที่คาดไม่ถึง โดยจัดสวัสดิการและเงินปันผลจากกองทุนต่างๆ เข้าให้การช่วยเหลือบรรเทาอย่างทันท่วงที

          จากความพยายามของสมาชิกทุกคนในชุมชนบ้านดอกบัวที่ได้นำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตและพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนจนเข้มแข็ง ส่งผลให้ชุมชนได้รับการคัดเลือกและมอบรางวัลตอบแทนในความมุมานะสร้างสรรค์ชุมชนของตนเอง เช่น หมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง “อยู่เย็น เป็นสุข” ประจําปี 2551 หมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบ ระดับ “มั่งมี ศรีสุข” ประจำปี 2552 และที่เป็นความภาคภูมิใจสูงสุดของชาวชุมชนคือ ถ้วยรางวัลพระราชทานพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รางวัลชนะเลิศระดับประเทศจากการประกวดผลงานตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ครั้งที่ 2 ด้านชุมชนเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งจัดโดยสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน กปร.) ในปี 2553

          ทุกวันนี้ชาวบ้านดอกบัวทุกหลังคาเรือนไม่เคยหวงแหนภูมิปัญญาที่ได้ร่วมมือร่วมใจพัฒนาหาแนวทางที่เหมาะสมกับภูมิสังคมและวิถีชีวิตตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา จนบรรลุสู่ความสำเร็จเป็นชุมชนต้นแบบเศรษฐกิจพอเพียง และต่างกระตืนรือร้นและยินดีที่ได้มีส่วนร่วมในการเผยแพร่ผลงานการขับเคลื่อนปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ให้แก่หน่วยงาน องค์กร ทั้งภาครัฐและเอกชน ตลอดจนประชาชนทั่วไปที่ให้ความสนใจและเข้ามาศึกษาเรียนรู้ในหมู่บ้านดอกบัวอย่างต่อเนื่อง

 

 

 

 

 

ขอขอบคุณ ห้องสมุดมั่นพัฒนา

ดูข้อมูลเพิ่มเติม ศูนย์เรียนรู้ชุมชนบ้านดอกบัว จังหวัดพะเยา, สำนักงาน กปร.

ใส่ความเห็น

© Copyright 2017 Welovethaiking.com , all rights reserved