จากหลักการทรงงานสู่การปฏิบัติและผลสัมฤทธิ์แห่งการพัฒนา (4)

โครงการส่วนพระองค์ สวนจิตรลดา

“…เมืองไทยนี้ต้องพึ่งเกษตรกรเป็นหลัก เพราะว่าเกษตรกรเป็นประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศและต้องยึดอาชีพนี้มา และไม่ใช่เพราะเหตุนั้นเท่านั้นเอง แต่ว่าประเทศหนึ่งประเทศใดจะอยู่ได้ก็เพราะว่ามีการกสิกรรม การประกอบอาชีพในด้านผลิตผลที่ได้จากธรรมชาติ ทั้งในด้านที่จะเป็นการปลูกข้าว ปลูกพืชไร่ ปลูกผลไม้ หรือทำมาหากินในด้านปศุสัตว์หรือประมง"

“...การกสิกรรมและอาชีพในด้านเกษตรทุกอย่างย่อมต้องอาศัยปัจจัยสำคัญหลายด้าน ด้านหนึ่งก็คือหลักวิชาของการเพาะปลูกเป็นต้น และอีกด้านหนึ่งก็เป็นการช่วยให้เพิ่มหลักวิชาเหล่านั้น และเมื่อได้ปฏิบัติแล้วได้ผลผลิตแล้วก็สามารถดัดแปลงและขายจำหน่ายผลิตผลที่ตนได้ทำ ฉะนั้นทุกอย่างต้องสอดคล้องกัน ความขยันหมั่นเพียรในการผลิต ความรู้ในวิชาการผลิต และความรู้ในการเป็นอยู่ทั้งความรู้ในด้านจำหน่าย ล้วนเป็นความรู้ที่จะต้องประสานกันหมด”

 

พระราชดำรัสในโอกาสที่คณะกรรมการสหกรณ์การเกษตร สหกรณ์นิคม สหกรณ์ประมง


และสมาชิกผู้รับนมสดเข้าเฝ้าฯ ณ โครงการส่วนพระองค์ สวนจิตรลดา


วันศุกร์ ที่ 8 พฤษภาคม 2530


           จากการที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชดำเนินไปทรงดูแลทุกข์สุขของพสกนิกรในจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศ ทรงพบว่าราษฎรส่วนใหญ่มีความเดือดร้อนและประสบปัญหามากมายในการดำรงชีวิต โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ทำอาชีพเกษตรกรรม พระองค์จึงทรงมุ่งมั่นที่จะพัฒนาการเกษตรของไทยให้เจริญก้าวหน้าเพื่อช่วยเหลืออาณาประชาราษฎร์ให้หลุดพ้นจากความทุกข์ยากและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นโดยลำดับ จึงมีพระราชดำริที่จะศึกษา ค้นคว้า และทดลองโครงการต่างๆ ด้วยพระองค์เองแล้วนำความรู้นั้นมาฝึกฝนปฏิบัติให้ได้ผลที่แน่นอน ก่อนที่จะพระราชทานพระราชดำริแก่พสกนิกรอย่างเหมาะสมกับสภาพสังคมและสภาพแวดล้อม (ภูมิสังคม) ของแต่ละท้องถิ่น เพื่อนำไปปรับปรุงในการพัฒนาอาชีพของตนเองต่อไป โดยในปี 2504 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงอุทิศพื้นที่ในเขตพระราชฐาน พระตำหนักจิตรลดารโหฐานเป็นสถานที่ทดลองตามพระราชประสงค์ ในชื่อ “โครงการส่วนพระองค์ สวนจิตรลดา” โดยไม่ทรงหวังผลตอบแทนใดๆ นอกจากประโยชน์ที่จะทรงมอบให้แก่พสกนิกรของพระองค์เอง

             โครงการส่วนพระองค์ สวนจิตรลดา เป็นตัวแทนอันเด่นชัดของหลักการทรงงาน “ศึกษาข้อมูลอย่างเป็นระบบ”  “ทำตามลำดับขั้น” และ “ขาดทุนคือกำไร” ซึ่งสื่อผ่านวัตถุประสงค์ 3 ข้อของโครงการ คือ

      1. ศึกษา ทดลอง และวิจัยหาวิธีแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับงานทางด้านการเกษตร เช่น การปลูกข้าว การเลี้ยงโคนม การเพาะพันธุ์ปลานิล รวมถึงอุตสาหกรรมการเกษตรต่างๆ

       2. โครงการศึกษาทดลองดังกล่าวเป็นตัวอย่างให้ผู้ที่สนใจสามารถเข้ามาศึกษาและนำไปประยุกต์ใช้ได้

       3. การดำเนินการของโครงการไม่มุ่งหวังผลตอบแทนในเชิงธุรกิจ แต่เป็นไปเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของราษฎร เช่น เมื่อเกิดภาวะน้ำนมดิบล้นตลาด พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณา โปรดเกล้าฯ ให้สร้างโรงนมผงขึ้นเพื่อแปรรูปน้ำนมดิบให้เก็บไว้ได้นานขึ้น โดยพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์เป็นทุนในการก่อสร้างและยังตั้งศูนย์รวมนมเพื่อรับซื้อน้ำนมดิบจากเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมด้วย

             โครงการส่วนพระองค์ สวนจิตรลดาประกอบด้วย โครงการประเภทไม่ใช่ธุรกิจ ซึ่งนับเป็นต้นกำเนิดของโครงการส่วนพระองค์ สวนจิตรลดา เนื่องจากพระราชประสงค์เริ่มแรกของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในการดำเนินโครงการคือเพื่อพัฒนาประสิทธิภาพการผลิตทางการเกษตร โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตของเกษตรกรในระยะยาวให้สามารถพึ่งพาตนเองได้ควบคู่ไปกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ โดยทรงเริ่มจากนาข้าวทดลองและป่าไม้สาธิต จากนั้นจึงมีโครงการต่างๆ เกิดขึ้นตามมาอีกหลายโครงการ เช่น กังหันลม ระบบผลิตน้ำเย็นโดยใช้พลังงานความร้อนจากแกลบ บ้านพลังงานแสงอาทิตย์ ระบบสูบน้ำด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ ระบบผลิตกระแสไฟฟ้าด้วยพลังงานลม และการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืช

           ส่วนโครงการประเภทกึ่งธุรกิจ เป็นการศึกษาทดลองเกี่ยวกับการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรและจำหน่ายโดยไม่แสวงผลกำไรและไม่แข่งขันทางธุรกิจ แต่มุ่งส่งเสริมให้ประชาชนได้บริโภคผลิตภัณฑ์ที่ผลิตได้ภายในประเทศในราคาที่เป็นธรรม แล้วนำรายได้มาพัฒนาโครงการส่วนพระองค์ สวนจิตลดาต่อไป โดยโรงโคนมเป็นโครงการกึ่งธุรกิจโครงการแรกที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้น โดยโครงการกึ่งธุรกิจประกอบด้วยกลุ่มงานเกี่ยวกับนมและการแปรรูปผลิตภัณฑ์นม กลุ่มงานเกี่ยวกับการเกษตรและการแปรรูปทางการเกษตร และกลุ่มงานทดลองผลิตภัณฑ์เชื้อเพลิง

           แม้จะมีหลักวิชาการชั้นสูงรองรับอยู่แล้ว แต่โครงการส่วนพระองค์ สวนจิตรลดา ก็เน้นการใช้วิธีการและเครื่องมือที่ไม่ยุ่งยากซับซ้อน สามารถดัดแปลงและหาได้ง่ายในประเทศ เหมาะสำหรับเกษตรกรที่จะนำไปปรับใช้ความต้องการของแต่ละคน ซึ่งตรงตามหลักการ “ประหยัด เรียบง่าย ได้ประโยชน์สูงสุด” และสามารถประยุกต์ใช้โดย “ไม่ยึดติดตำรา” อย่างตายตัว

         จนถึงวันนี้เป็นระยะเวลากว่าห้าทศวรรษแล้วที่โครงการส่วนพระองค์ สวนจิตรลดา ได้กลายเป็นแหล่งรวมนวัตกรรมและองค์ความรู้ด้านการเกษตรที่สำคัญและทรงคุณค่าของแผ่นดิน อันเป็นต้นแบบที่สามารถนำไปถ่ายทอดให้แก่เกษตรกรในภูมิภาคต่างๆ โดยมีรากฐานและแนวทางการทำงานตามหลัก  “เศรษฐกิจพอเพียง” ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งมุ่งหมายให้เกษตรกรประสบความสำเร็จใน “การพึ่งตนเอง” สามารถประกอบอาชีพและใช้ชีวิตอย่างมีความสุขควบคู่ไปกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติให้ดำรงอยู่อย่างยั่งยืน



 

 

 

 

ขอขอบคุณ ห้องสมุดมั่นพัฒนา

ภาพจาก Information Division of OHM

ดูข้อมูลเพิ่มเติม

                http://kanchanapisek.or.th/kp1/index_th.html

                หนังสือพระมหากษัตริย์นักพัฒนา เพื่อประโยชน์สุขสู่ปวงประชา

                สำนักราชเลขาธิการ

ใส่ความเห็น

© Copyright 2017 Welovethaiking.com , all rights reserved