จากหลักการทรงงานสู่การปฏิบัติและผลสัมฤทธิ์แห่งการพัฒนา (7)

ชุมชนเครือข่ายการจัดการน้ำชุมชนตามแนวพระราชดำริ บ้านลิ่มทอง  จ.บุรีรัมย์

      ชุมชนบ้านลิ่มทอง มีสภาพพื้นที่ซึ่งประสบปัญหาภัยแล้ง ขาดแคลนน้ำ จนมีคำกล่าวติดปากว่า “บุรีรัมย์ตำน้ำกิน” เพราะน้ำไม่เพียงพอต่อการอุปโภคบริโภคและทำการเกษตร อ่างเก็บน้ำที่มีอยู่ก็ไม่อาจกั้นน้ำจาก “ลำมาศ” แหล่งน้ำธรรมชาติที่เป็นเพียงช่วงสั้นๆ ที่เดียวได้มากพอที่จะผลักน้ำไหลผ่านหมู่บ้าน ลำห้วยเดิมที่เคยส่งน้ำถึงชุมชนก็หมดสภาพใช้การไม่ได้ ทำให้พื้นที่การเกษตรกว่า 3,800 ไร่ ไม่มีแหล่งน้ำและต้องพึ่งพาน้ำฝนเพียงอย่างเดียว ทั้งยังต้องเจอกับปัญหาฝนทิ้งช่วงและขาดแหล่งเก็บน้ำไว้ใช้ยามหน้าแล้งเป็นประจำทุกปี ผลกระทบที่ตามมาคือ ผลผลิตทางการเกษตรและไร่นาเสียหายขาดทุน วนเวียนอยู่กับการเป็นหนี้สินสั่งสมเป็นปัญหาเรื้อรังของชุมชน

        ด้วยแรงบันดาลใจจากแนวพระราชดำริด้านการบริหารจัดการน้ำของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทำให้ชาวชุมชนได้ร่วมมือกันริเริ่มการพัฒนาที่ดินทำกินและบริหารจัดการแหล่งน้ำด้วยการศึกษาจากแนวพระราชดำริ โดยเริ่มต้นจากการสำรวจพื้นที่และแหล่งน้ำเพื่อการเกษตรทำให้ทราบถึงปัญหาที่มีอยู่ เพราะชุมชนบ้านลิ่มทองมีแหล่งน้ำธรรมชาติจากลำมาศที่เดียวเท่านั้นไม่มีการกระจายแหล่งน้ำ หรือนำมาเก็กกักสำรองไว้ในพื้นที่ ชาวบ้านจึงร่วมแรงร่วมใจในการขุดคลองดักน้ำหลากเชื่อมต่อลำมาศ และทำสระแก้มลิงเชื่อมต่อคลองดักน้ำหลากเป็นพื้นที่สำรองน้ำ ก่อนส่งเข้าพื้นที่เกษตรผ่านทางคลองซอยเข้าสระประจำไร่นา ทำให้มีนำอุปโภค บริโภค และใช้ทำการเกษตรเพียงพอมากขึ้น

        หลังจากประสบความสำเร็จในระยะแรก ทำให้เริ่มมีองค์กรต่างๆ ทั้งทางภาครัฐและเอกชนเข้ามาให้ความช่วยเหลือ ทั้งการขุดคลองชลประทานและอุปกรณ์อำนวยความสะดวกสำหรับการพัฒนาชุมชน โดยเฉพาะคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ต ซึ่งเป็นศูนย์กลางในการหาความรู้ของคนในชุมชน เกิดการขยายผลเป็นโครงการใหญ่ขึ้น มีการขุดคลองดักน้ำหลากรวมระยะทางกว่า 3,207 กิโลเมตร สระแก้มลิงและสระน้ำประจำไร่นามากกว่า 100 สระ ที่สามารถเก็บกักน้ำได้มากกว่า 1.17 ล้านลูกบาศก์เมตร ในพื้นที่ 71,566 ไร่ 3 ตำบลในอำเภอนางรอง เป็นประโยชน์ต่อคนในพื้นที่กว่า 1,694 ครัวเรือน

         เมื่อมีน้ำก็มีชีวิต ผลที่ได้รับคือ ชาวบ้านลิ่มทองสามารถแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำเพื่อการเกษตร น้ำอุปโภคบริโภค ชุมชนมีน้ำสำรองเพื่อทำการเกษตร ทำให้มีรายได้เพิ่มขึ้น ทรัพย์สินเพิ่มขึ้น หนี้สินลดลง ชาวชุมชนต่างได้รับผลตอบแทนจากความมุมานะในการเอาชนะธรรมชาติด้วยความรู้และความพยายามด้วยชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ทั้งยังทำให้เครือข่ายการบริหารจัดการน้ำระดับชุมชนบ้านลิ่มทอง ชนะเลิศการประกวดการจัดการทรัพยากรน้ำชุมชนตามแนวพระราชดำริ ได้รับพระราชทานถ้วยรางวัลชนะเลิศจากพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2557 ณ พระตำหนักเปี่ยมสุข วังไกลกังวล อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ที่สร้างความปีติยินดีให้แก่ชาวบ้านในพื้นที่อย่างหาที่เปรียบมิได้ นอกจากนี้ เพื่อให้ชุมชนอื่นๆ ได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนเรียนรู้เรื่องการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำชุมชนผ่านพื้นที่จริง ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล ประธานกรรมการมูลนิธิอุทกพัฒน์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ จึงได้เปิดให้เป็นชุมชนบ้านลิ่มทองเป็น "พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติจัดการน้ำชุมชน ตามแนวพระราชดำริ บ้านลิ่มทอง จ.บุรีรัมย์" ณ ศูนย์อินเทอร์เน็ตบ้านโคกพลวง โดย มีส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนในพื้นที่ร่วมงานเพื่อชื่นชมในความสำเร็จด้วย         จากการเรียนรู้การบริหารจัดการน้ำตามแนวพระราชดำริสู่การจัดการทรัพยากรน้ำด้วยตนเอง ชุมชนบ้านลิ่มทองเริ่มต้นจากการพึ่งพาตนเอง ด้วยความอดทนพยายาม ลงมือทำจนเกิดเป็นประสบการณ์จริง สร้างคนในท้องถิ่นให้เปลี่ยนแปลง เกิดกระบวนการเรียนรู้ คิดเป็น ทำเป็น เกิดเครือข่ายการมีส่วนร่วมและพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง คลองส่งน้ำและสระแก้มลิงคือสิ่งที่สอนให้ชาวบ้านรู้คุณค่าของคำว่า “น้ำคือชีวิต” และที่สำคัญคือชาวบ้านทุกคนต่างรู้สึกถึงความเป็นเจ้าของที่ต้องช่วยกันดูแล จัดการ และใช้ประโยชน์จากแหล่งน้ำนี้ให้เกิดประสิทธิภาพและความยั่งยืน ภายใต้หัวใจที่ว่า มีน้ำ มีความคิด ชีวิตพอเพียง

 

 

 

 

 

 

 

ที่มา ห้องสมุดมั่นพัฒนา                      

ดูข้อมูลเพิ่มเติม มูลนิธิอุทกพัฒน์ ในพระบรมราชูปถัมภ์, สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร (องค์การมหาชน), ผู้จัดการออนไลน์

ใส่ความเห็น

© Copyright 2017 Welovethaiking.com , all rights reserved