คือ หัตถา และ น้ำพระราชหฤทัย หล่อเลี้ยงชาวนาไทย (๑)


พระบรมฉายาลักษณ์ ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าวชิราลงกรณ (สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณฯ เมื่อครั้งทรงพระเยาว์) ในฉลองพระองค์เชิ้ต และพระสนับเพลาสั้น ทรงพระมาลากะโล่ประทับบนพระเพลาของพระบรมราชชนก ขณะที่ทรงควายเหล็กในแปลงนาบริเวณพระตำหนักจิตรลดารโหฐานยังความประทับใจและตราตรึงอยู่ในความทรงจำของพสกนิกรชาวไทยผ่านกาลเวลาเสมอมา

เป็นที่ประจักษ์ชัดว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชรัชกาลที่ 9 ทรงปลูกฝังให้พระราชโอรสเข้าพระทัย และใส่พระทัยในอาชีพเกษตรกรรม

โดยเฉพาะ การทำนาอันเป็นหัวใจของเกษตรกรไทยและสังคมไทย

มิรวมถึงโครงการในพระราชดำริต่างๆ อีกมากมาย ที่พระองค์ทรงอุทิศพระวรกายในการทรงงานหนัก เพื่อพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของเกษตรกรชาวไทยตลอดรัชสมัยของพระองค์



ภาพความทรงจำของพระมหากษัตริย์ไทยกับการเกษตรยังแจ่มชัดอยู่ในหัวใจของผู้ที่ได้มีโอกาสทำงานสนองเบื้องพระยุคลบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพวรางกูร (รัชกาลที่ 10)

ดังที่นายสุขสันต์ มลิทอง อดีตเกษตรจังหวัดสุพรรณบุรี อดีตผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และอีกหลายตำแหน่ง ปัจจุบันเป็นที่ปรึกษาสมาคมนักบริหารการพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์

และเป็นหนึ่งในบุคคลผู้ที่มีโอกาสเข้าเฝ้าฯ และถวายงานในตำแหน่งเกษตรจังหวัด คราวที่พระองค์เสด็จพระราชดำเนินไปทรงทำนาที่จังหวัดสุพรรณบุรีถึง 3 หน เมื่อครั้งทรงดำรงพระอิสริยยศสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร


มิ่งขวัญชาวสุพรรณ


วันที่ 23 มีนาคม 2528 จังหวัดสุพรรณบุรี โดยนายอารีย์ วงศ์อารยะ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดในขณะนั้น ได้กราบบังคมทูลเชิญสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จฯ เป็นองค์ประธานในการทำปุ๋ยหมักจากผักตบชวาและวัชพืชต่างๆ เป็นปฐมฤกษ์ในโครงการรณรงค์ทำปุ๋ยหมัก เพื่อพระราชทานแก่เกษตรกรให้นำไปปรับปรุงคุณภาพดินให้มีความอุดมสมบูรณ์ยิ่งขึ้น ณ บ้านแหลมสะแก ตำบลเดิมบาง อำเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี เนื่องจากทรงตระหนักว่าสภาพดินในขณะนั้นเสื่อมโทรมจากการใช้สารเคมี และราคาข้าวกำลังตกต่ำ

นายสุขสันต์ มลิทอง ชายร่างเล็กผู้มีท่วงท่าอันคล่องแคล่ว กระฉับกระเฉงเกินวัย 79 ปี ในชุดเสื้อคอกลมสีน้ำเงินมีตราสัญลักษณ์จังหวัดสุพรรณบุรีบนหน้าอก และข้อความสุพรรณบุรีบนตัวเสื้อ เป็นเสื้อที่เขาเก็บรักษาไว้เป็นอย่างดี แม้ว่าจะผ่านกาลเวลามาราว 30 ปีแล้ว เพราะเสื้อตัวนี้เป็นความทรงจำอันพิเศษ



อดีตเกษตรจังหวัดได้ถ่ายทอดเรื่องราวของเหตุการณ์ในวันนั้น ว่า

“พระองค์ทรงสนพระราชหฤทัยในการทำปุ๋ยหมักเป็นอย่างมาก ทรงตรัสถามซักไซ้ถึงขั้นตอนในการทำปุ๋ยหมักอย่างละเอียดนานเป็นชั่วโมง

.ผมเป็นเกษตรจังหวัดก็มีหน้าที่ถวายรายงานวิธีการทำเป็นขั้นเป็นตอนไป

หลังจากที่พระองค์เสด็จฯ ในวันนั้น ปรากฏว่า ข้าราชการ ชาวนา แม้กระทั่งพระสงฆ์ตามวัดต่างๆ ที่อยู่ริมน้ำตื่นตัวในการทำปุ๋ยหมักเป็นอย่างมาก

ทำกันจนผักตบชวาไม่มีเหลือในจังหวัดสุพรรณบุรี”



ภาพที่พระองค์ทรงรดน้ำกองปุ๋ยหมักโดยมีนายสุขสันต์ มลิทอง เข้าเฝ้าฯ ถวายงานข้างๆ นั้น ถูกคัดเลือกให้เป็น 1 ใน 7 ภาพที่กระทรวงวัฒนธรรมได้ดำเนินโครงการตามหาบุคคลในภาพพระราชกรณียกิจสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามกุฎราชกุมาร เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ 28 กรกฎาคม 2559

โดยการตามหาบุคคลในภาพแห่งความทรงจำ ที่ได้มีโอกาสถวายงานพระองค์ในการเสด็จพระราชดำเนินทรงงานตามท้องถิ่นภูมิภาคต่างๆ เพื่อเผยแพร่พระราชกรณียกิจอันทรงคุณค่าในด้านต่างๆ ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ให้เป็นที่ประจักษ์แก่ประชาชนชาวไทยและชาวต่างประเทศ

นั่นเป็นครั้งแรกที่เกษตรจังหวัดได้มีโอกาสถวายงานอย่างใกล้ชิด แต่ไม่ใช่ครั้งเดียว

เพราะในปีถัดไป พระองค์ได้เสด็จฯ มาหว่านข้าวและเกี่ยวข้าวที่จังหวัดสุพรรณบุรีอีกถึง 2 ครั้ง



“โดยไม่ได้คาดคิดว่า พระองค์จะเสด็จฯ ลงในแปลงนา แต่ก็มีการเตรียมการไว้พร้อมเผื่อไว้

ผมได้กราบบังคมทูลว่า อาชีพทำไร่ทำนาเป็นอาชีพหลักของบรรพบุรุษของเราสืบทอดมาจนถึงทุกวันนี้ ชาวนาเปรียบดังกระดูกสันหลังของประเทศ พสกนิกรจะต้องประกอบอาชีพนี้ เพราะเราเป็นประเทศเกษตรกรรม

การเสด็จฯ มาทรงทำนาของพระองค์นับจากนี้ประวัติศาสตร์จะจารึกสืบไป



เมื่อผมถวายรายงานจบ พระองค์ก็เสด็จฯ ลงในแปลงนา ผู้ที่เฝ้าฯ ถวายงานอยู่ตรงนั้นก็กุลีกุจอช่วยกันพับพระสนับเพลาขึ้น

วันนั้นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ ทรงฉลองซาฟารีสีฟ้าอ่อน เสด็จพระราชดำเนินด้วยพระบาทเปล่า ลุยโคลนลงมาในแปลงนา

ทรงหว่านปุ๋ยหมัก และทรงหว่านข้าว ประชาชนเรือนหมื่นเรือนแสนที่มาเฝ้าฯ ชมพระบารมีอยู่ที่นั่น ต่างเปล่งเสียงแซ่ซ้องสรรเสริญ ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ...



ผมนึกถึงภาพในวันนั้นแล้วก็ยังขนลุกไม่หาย หลังจากทรงงานในแปลงนาเสร็จ

ผมและท่านผู้ว่าฯ ได้ช่วยกันล้างพระบาท เป็นความทรงจำที่ไม่มีวันลืม”

อดีตเกษตรจังหวัดได้เล่าถึงภาพประทับใจในวันนั้นด้วยน้ำเสียงและแววตาที่แจ่มชัด ราวกับเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวานด้วยความปลื้มปีติ.


พระองค์ทีฯ โดยเสด็จฯ ทูลกระหม่อมพ่อ (รัชกาลที่ ๑๐)


ณ แปลงนาในโครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา เมื่อครั้งวันพืชมงคล พ.ศ.๒๕๕๙


.....................


นันทนา เปรมานุศิษฎ์ เรื่อง /สายัณห์ ชื่นอุดมสวัสดิ์ ภาพ

วารสารวัฒนธรรม

ที่มา : สยามรัฐ http://www.siamrath.co.th/n/20437

(คุณ สุขสันต์ มลิทอง)

ใส่ความเห็น

© Copyright 2017 Welovethaiking.com , all rights reserved