ทรงจดบันทึกด้วยพระองค์เอง..คนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์..

11870752_1134302813251028_8981235623572244613_n


"เรารัก เป็นห่วง และปฏิบัติ


ต่อญาติพี่น้องของเรา


ยามป่วยไข้อย่างไร


ก็ขอให้รักและเป็นห่วง


คนไข้เหล่านี้เช่นกัน"


พระราชดำริสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ ๙ ที่พระราชทานแก่ผู้ปฏิบัติงานด้านคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์



ท่านผู้หญิงกรัณฑ์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา บอกเล่าถึงพระราชกรณียกิจด้านคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์นี้ให้ฟังว่า

"เวลาเสด็จแปรพระราชฐานไปแต่ละภาค ในการเสด็จ ฯ เยี่ยมราษฎรแต่ละวัน นอกจากจะทรงจัดให้มีคณะแพทย์ล่วงหน้าออกไปรักษาชาวบ้าน ก่อนที่จะพระองค์ท่านจะเสด็จฯ ไปถึงแล้ว

ยังโปรดให้มีหน่วยแพทย์ที่บริเวณด้านหน้าพระตำหนักด้วย ชาวบ้านจะมากันเยอะมาก ทั้ง ๆ ที่แต่ละจังหวัดก็มีโรงพยาบาลทันสมัยอยู่แล้ว แต่ชาวบ้านอยากมาหา "หมอหลวง" มากกว่า...

เขาบอกว่าศรัทธาและเชื่อว่าหมอหลวงเก่ง ใจดี หมอดี ยาดี แล้วก็ตรวจละเอียด

เฉพาะที่ตรวจที่หน้าวังนี่ ประชาชนก็มากันตกวันละเป็นพัน ๆ คน คล้าย "โอพีดี" ของโรงพยาบาล ได้ช่วยแบ่งเบาภาระต่าง ๆ ของโรงพยาบาลไปได้มาก...

คงไม่มีวังของพระเจ้าแผ่นดิน หรือพระราชินีที่ไหนเปิดต้อนรับประชาชนขนาดนี้"



แม้จะมีเจ้าหน้าที่รับผิดชอบในส่วนล่วงหน้าดูแลซักถามประวัติและอาการของผู้ป่วยที่มารอรับการรักษาที่หน่วยแพทย์พระราชทาน และบริเวณที่ราษฎรมาคอยเฝ้ารับเสด็จอยู่แล้ว

แต่มีผู้ป่วยจำนวนไม่น้อยที่ทรงห่วง

จะมีรับสั่งถามไถ่อาการ ประวัติครอบครัว และทรงจดบันทึกด้วยพระองค์เอง

มีพระราชเสาวนีย์และทรงบันทึกในประวัติผู้ป่วย แสดงความห่วงใยแต่ละรายต่าง ๆ กันไปดังนี้

ผู้ป่วยวัณโรค

"ดูแลระยะยาว ห่วงการแพร่เชื้อ"

"ให้ติดตามคนในครอบครัวมารักษาด้วย"

"ฉีดวัคซีนให้กับเด็กๆ ในหมู่บ้านหรือเปล่า?"

ผู้ป่วยไธรอยด์ สภาพยากจน

"ให้รับตัวไปรักษาอาการไธรอยด์อย่างจริงจังที่กรุงเทพฯ"

ผู้ป่วยเบาหวาน

"ให้รับตัวมาตรวจโดยละเอียด"

ผู้ป่วยโรคมะเร็งและโรคหัวใจ

"ให้ส่งกรุงเทพฯ ด่วน ติดตามระยะยาว"

บ้านพักในซอยสุคันธาราม เขตดุสิต เป็นสถานที่ซึ่งคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์ที่มาจากจังหวัดต่าง ๆ จะเข้ามาพักทั้งก่อนและหลังรักษาตัว

โดยมีตำรวจตระเวนชายแดนในพื้นที่นั้น ๆ รับมาส่งที่กองราชเลขานุการในพระองค์สมเด็จพระบรมราชินีนาถ ที่สวนจิตรลดา

ก่อนที่เจ้าหน้าที่ในแผนกคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์จะรับช่วงต่อ พาไปบ้านพักหรือโรงพยาบาลซึ่งบางคนต้องพักอยู่นานนับเดือน



ท่านผู้หญิงรวิจิตร์ สุวรรณบุบผา เล่าถึงความเข้าพระทัยในความรู้สึกของผู้ที่ต้องเดินทางจากบ้านมาไกลว่า

"สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถ(ในรัชกาลที่ ๙)  ทรงละเอียดอ่อนและรอบคอบ ทรงนึกถึงจิตใจของคนเจ็บป่วยอยู่เสมอ

หากคนไหนต้องจากบ้านและครอบครัวเข้ามารักษาตัวในกรุงเทพฯ จะมีพระราชเสาวนีย์ให้ญาติพี่น้องเดินทางมาด้วย

เพื่อเป็นกำลังใจไม่ให้ผู้ป่วยรู้สึกว้าเหว่อ้างว้าง เพราะบางคนอาจป่วยหนักต้องผ่าตัดโดยด่วน หรือต้องรักษาตัวเป็นระยะเวลานาน เช่น เป็นโรคหัวใจ โรคกระดูก หรือมะเร็ง...

ถ้าเขาเป็นหัวหน้าครอบครัว ก็จะทรงคำนึงถึงความเดือดร้อนของครอบครัวเขา

เพราะถ้าขาดผู้นำครอบครัวก็จะขาดรายได้หลัก จะพระราชทานทุนทรัพย์ให้คนทางบ้านดำเนินชีวิตต่อไปได้ ให้มีอาหารกิน ลูก ๆ มีเงินไปโรงเรียน

รับสั่งว่าถ้าหัวหน้าครอบครัวป่วย ไม่สามารถเลี้ยงดูครอบครัว เขาก็ต้องไปกู้หนี้ยืมสิน ดีไม่ดีต้องเอาไร่นาไปจำนำ แล้วที่นาก็หลุดจำนำ เราต้องช่วยเขาด้านสุขภาพให้แข็งแรงก่อน เขาถึงจะทำงานได้"

งานประจำอีกอย่างหนึ่งของข้าราชบริพารในพระองค์ คือ การออกเยี่ยมเยียนไต่ถามทุกข์สุขระหว่างที่ผู้ป่วยอยู่ในโรงพยาบาล จัดเวรกันไปแต่ละแห่งสัปดาห์ละสามวัน

โดยที่สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถ จะทรงพิถีพิถันเลือกผู้เยี่ยมไข้ที่มีความเอาใจใส่และเข้าใจในผู้ป่วยเป็นพิเศษ

จะแสดงอาการรังเกียจเบื่อหน่ายมิได้ บางรายมีเครื่องดื่มบำรุงสุขภาพหรือนมกระป๋องพระราชทาน

ใครต้องผ่าตัดก็มีพยาบาลพิเศษตามที่แพทย์แนะนำ



รายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ อันแสดงถึงพระเมตตายังปรากฏอยู่ในคำบอกเล่าของท่านผู้หญิงรวิจิตร์ สุวรรณบุบผา อีกด้วยว่า

"คุณข้าหลวงคนหนึ่งเป็นโรคมะเร็ง รักษาด้วยการให้เคมีบำบัด ต้องนอนพักอยู่ที่บ้าน พระองค์ทรงคิดว่าน่าจะพระราชทานของเยี่ยมที่แปลกออกไป

เพราะได้พระราชทานอาหาร ของบำรุง ดอกไม้และผลไม้ไปหมดแล้ว

ทรงคิดว่าเขาเป็นเด็กผู้หญิงอยู่ในวัยที่ชอบความสวยงาม

ในที่สุดก็ทรงนึกได้ว่าควรจะตัดชุดอยู่กับบ้านด้วยเนื้อผ้าดีๆ แบบชุดมูมู่ให้เขาสวย ๆ และสบาย ๆ

ของพระราชทานที่ข้าราชบริพารเชิญไปยังผู้เจ็บป่วยแต่ละราย ล้วนเพิ่มกำลังใจและแรงกายให้แก่คนเจ็บ ทั้งขณะที่อยู่ในโรงพยาบาลและภายหลังที่ยังต้องพักฟื้นในบ้านพักที่ซอยสุคันธารามนั้นเอง



ทุกวันนี้ คนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์ ยังได้รับการดูแลรักษาจากโรงพยาบาลหลายแห่งของรัฐ เช่น โรงพยาบาลศิริราช โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า โรงพยาบาลรามาธิบดี โรงพยาบาลราชวิถี โรงพยาบาลอายุรศาสตร์เขตร้อน โรงพยาบาลประสาท โรงพยาบาลปราบวัณโรค โรงพยาบาลเด็ก

และยังมีโรงพยาบาลหรือหน่วยงานทางสาธารณสุขอีกบางแห่ง ที่ร่วมโดยเสด็จพระราชกุศลบรรเทาทุกข์แก่ราษฎรที่ขาดโอกาสเหล่านี้อย่างต่อเนื่องทุกปี.

..............................


ที่มา : FB_CholKr F JakKn



 

ใส่ความเห็น

© Copyright 2018 Welovethaiking.com , all rights reserved