คนโคราชเจ๋ง! ปลูกกล้วยน้ำว้า ๔๐ ไร่ ไม่พอขาย… “ไม่เชื่อก็ให้มาดูงานได้”‬



          เรื่องของกล้วยดูเหมือนว่าจะช่วยได้จริงๆ ยิ่งภาวะเศรษฐกิจยามนี้ ถามไถ่กันมากว่าจะปลูกพืชอะไรดี ก็พอดีได้ไปเห็นภาพบนเฟสบุ๊คของ “สวนสายพินพันธุ์ไม้” กำลังขนกล้วยน้ำว้าขึ้นรถกระบะหลายคันก็เกิดความสนใจทันที

           “ตลาดกล้วยน้ำว้า อยู่ที่ไหน ปลูกกล้วยน้ำว้ายากไหม….” คำถามผุดขึ้นกลางใจว่าแล้วก็โทรศัพท์ไปพูดคุยกับเจ้าของสวนกล้วยน้ำว้าทันที คุณสายพิน แก้วศรี หรือ “เจ้แอว” คือเจ้าของสวน ตั้งอยู่เลขที่ ๑๒๘ หมู่ ๒ ต.มาบตะโกเอน อ.ครบุรี จ.นครราชสีมา เกษตรกรโดยสายเลือดที่เลือกทำอาชีพเกษตรมาตั้งแต่บรรพบุรุษจนวันนี้ เจ้แอว เล่าให้ฟังว่ากล้วยที่เห็นกำลังยกขึ้นรถกระบะนั้น เป็นกล้วยน้ำว้าพันธุ์ปากช่อง ๕๐ ซึ่งเป็นพันธุ์ที่ได้จากการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ (แต่ที่ปลูกนั้นได้คัดแยกหน่อมาจากสวนเดิม) อันเป็นผลงานจากการวิจัยคิดค้นของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดยที่เจ้แอวได้ปลูกกล้วยมานานหลายปีแล้ว ผสมกับการปลูกพืชชนิดอื่นๆ เช่น ลำไยพันธุ์อีดอ ซึ่งปลูกเพื่อการส่งออกโดยเฉพาะ นอกจากนี้ยังปลูกขนุน ทุเรียน ฯลฯ โดยเฉพาะกล้วยนั้นเป็นไม้ผลที่ไม่เคยทิ้งปลูกคู่มาโดยตลอด มีทั้งกล้วยไข่ กล้วยน้ำว้า ฯลฯ เพียงแต่ว่าดั้งเดิมนั้น ปลูกกล้วยน้ำว้าพันธุ์พื้นเมือง แต่มาเปลี่ยนเป็นพันธุ์ปากช่อง ๕๐ เมื่อไม่กี่ปีมานี้



            สำหรับแปลงที่เห็นกำลังได้ผลผลิตนั้น ได้ปลูกกล้วยน้ำว้าปากช่อง ๕๐ จำนวน ๔๐ ไร่ ปกติที่ดินแปลงนี้มีจำนวน ๕๐ ไร่ ซึ่งก็จะทยอยปลูกจนเต็มพื้นที่

           “แปลงนี้เราปลูกมาแล้ว ๘ เดือน กำลังทยอยให้ผลผลิต ซึ่งเราปลูกทีละ ๑๐ ไร่ เพื่อให้สามารถดูแลจัดการได้ทัน รวมที่ปลูกไปแล้ว ๔๐ ไร่ ประมาณ ๔,๐๐๐ ต้น…” 



         เมื่อเราถามเจ้แอวว่า  “ปลูกมากๆ อย่างนี้ไม่กลัวเรื่องล้นตลาดหรือ”

         “โอ้ย…ยังไม่ได้ไปขายที่ไหนเลยคุณเอ้ย แค่เขามารับซื้อที่สวนก็ไม่ทันแล้ว ลูกค้าโทร.มาสั่งทุกวันๆ ละหลายคน บอกว่ามีกล้วยไหม จะมารับวันนั้นวันนี้ เตรียมตัดไว้ให้ด้วยนะ มาแล้วได้ของนะ…” เสียงตอบมั่นใจมาก แบบไม่สนใจว่าผู้ฟังจะรู้สึกว่าคุยโม้ไปหรือเปล่า

           “ลูกค้ามาจากไหนบ้าง” ถามต่อ

          ก็ได้รับคำตอบทันทีว่า “มาทั่วเลยละทั้งในโคราช มากันหลายอำเภอ และจังหวัดใกล้เคียงก็มากับหมดทั้งขอนแก่น อุบลฯ  ….ฯลฯ”



         เบื้องหลังที่ทำให้มีลูกค้ามาก ได้ทราบว่าเจ้แอว ได้ปลูกกล้วยและพืชผลเกษตรตัวอื่นๆ มานานนั่นเอง จึงเป็นที่รู้จักของบรรดาพ่อค้าแม่ค้าทั้งใกล้ไกล และอีกวิธีที่สร้างการรับรู้คือ การเปิดเพจเฟสบุ๊ค ที่คอยรายงานความเคลื่อนไหวของสวนตลอดเวลา ที่สำคัญมีการซื้อขายกันในราคายุติธรรมเป็นที่พอใจของทั้งสองฝ่าย และมีของพอ หรือมีผลผลิตสม่ำเสมอนั่นเอง

         “กล้วยน้ำว้าปากช่องที่ขายออกจากสวนวันนี้ ราคาหวีละ ๒๐ บาท เครือหนึ่งๆจะได้ ๑๕ หวี ตกเครือละ ๓๐๐ บาท แต่ก็มีที่ไม่ถึงเกรดนี้ จะขายได้เครือละประมาณ ๒๐๐ บาท…”

           แถมคุยต่ออีกว่า “ปลูกกล้วยได้เงินทุกอาทิตย์ ตัดทีได้เงินหมื่นเงินแสน เช่น ปลูกแค่ ๕ ไร่ก็ได้เงินแสนแล้ว และถ้าปลูก ๑๐ ไร่ ก็ได้ ๒ แสน”  ที่ได้เงินแสน (เงินล้าน) ส่วนหนึ่งก็น่าจะมาจากการขายหน่อกล้วยอย่างเป็นล่ำเป็นสัน เพราะเมื่อลูกค้ารู้จักสวน ซึ่งเป็นสวนที่มีขนาดใหญ่ ทำให้ความเชื่อถือตามมา ที่สวนแห่งนี้จะขายกล้วยน้ำว้าปากช่อง ๕๐ หน่อละ ๕๐ บาท ขายครั้งหนึ่งได้เงินโขอยู่เหมือนกัน 

           “ปลูกกล้วย…ฟังดูเหมือนเรื่องง่ายๆ แล้วมีอะไรยากบ้างไหม” ถามต่อ

           “โอ้ย…ปลูกกล้วยมันยากตรงไหน แค่ใส่ปุ๋ย รดน้ำ แต่งใบ แต่งหน่อ โรคก็ไม่ค่อยมี แค่นี้ก็ได้ผลแล้ว” คุยไปไกลทีเดียว (ยังกะว่าใครๆก็ต้องปลูกเป็น) ปุ๋ยที่ใช้จะใช้ปุ๋ยยูเรีย (ปุ๋ยที่มีไนโตรเจนสูง)  สลับกับปุ๋ยเคมีสูตร ๑๕ ใส่ ๑ ต้น ต่อ ๑ กำมือ ทุก ๑-๒ เดือน ต่อครั้ง ส่วนเรื่องรดน้ำก็จะดูตามสภาวะอากาศ เรื่องการแต่งใบก็จะหมั่นแต่งใบที่แก่จัดให้โล่งอยู่เสมอ เช่นเดียวกับการตัดแต่งหน่อกล้วย จะไว้กอละ ๓ ต้นเท่านั้น



           ถามว่าการปลูกกล้วยมีแนวโน้มเป็นอย่างไร อนาคตจะยังราคาดีหรือไม่ ก็ได้รับคำตอบว่า “คิดว่ายังไปได้ดีอยู่นะ เพราะกล้วยใครๆก็รู้จัก ใครๆก็ทานกล้วย และผลกำไรที่พ่อค้าแม่ค้าเขาซื้อไปขายต่อเขาก็ยังอยู่ได้ เช่น ซื้อจากเราไปหวีละ ๒๐ บาท เขาไปบ่มให้สุกก็ขายได้หวีละ ๔๐ บาท และยังนำไปแปรรูปเพิ่มมูลค่าได้ อีก เช่น กล้วยทอด กล้วยตาก ฯลฯ”

            สรุปว่า อาชีพปลูกกล้วยน้ำว้าสำหรับเกษตรกรรายนี้ ยังไปได้ดีอยู่ และแว่วๆมาว่าจะขยายพื้นที่ปลูกออกไปอีก “ตอนนี้พื้นที่ทำการเกษตรของเรามีประมาณ ๙๐ ไร่ เร็วๆ นี้ก็จะเป็น ๑๐๐ ไร่ เฉพาะกล้วยน้ำว้าเราจะปลูกเพิ่มอีก คือมีเป้าหมายว่าจะเพิ่มพื้นที่เกษตรให้ได้ ๓๐๐-๔๐๐ ไร่ เพราะเรามั่นใจว่าการเกษตรคืออาหาร ยังไงคนก็ต้องกินต้องใช้”



          “อย่างนี้ก็รวยละซิ” ผู้เขียนกระเซ้าถาม

         "ก็พออยู่ได้…จะว่ารวยก็ได้นะ" เจ้แอว ตอนทันที

          แถมคุยอีกว่า “เฉพาะลำไย ๑๕ ไร่ ที่เราปลูกส่งออก เขามาเหมาสวน รายได้ปีหนึ่งๆ ก็ ๓-๕ ล้านแล้ว…ไม่เชื่อก็ให้มาดูงานได้”

          ปิดท้ายก่อนลาจาก เจ้แอว บอกว่า “การทำเกษตรมันต้องทำจริง มัวทำเล่นๆ ทำๆ หยุดไม่มีทางสำเร็จ อย่างเจ้ก็ทำกับสามีไม่ได้หยุด ทั้งปลูกเอง ขายเอง ลงลุยกับคนสวน…หนักแค่ไหนก็ต้องสู้ จะให้อยู่เฉยๆ คอยสั่งอย่างเดียวมันไม่ได้หรอก”



          “อย่างใครที่สนใจจะปลูกกล้วยน้ำว้าก็ต้องมาศึกษาดูงานว่าที่เขาปลูกกันได้ผลมันต้องปลูกต้องดูแลอย่างไร ไม่ใช่แค่อ่านๆ หรือโทร.ๆ ถามๆ ก็ลงมือปลูกแล้ว ยังไม่รู้เลยว่าปัญหามันอยู่ตรงไหน ปลูกแล้วจะไปขายใคร”

          แน่นอนว่าที่สวนสายพินพันธุ์ไม้ เปิดเป็นศูนย์เรียนรู้ให้ผู้สนใจไปศึกษาดูงานกันได้อย่างเต็มที่..ติดต่อ ๐๘๙-๙๔๘-๕๙๓๔ เจ้าของเบอร์โทร.คือเจ้าของฉายา “เจ้แอว มาบตะโกเอน”…นั่นเอง

 

 

ขอบคุณ : kasetkaoklai.com

ขอบคุณภาพ : จากเฟสบุ๊ค สวนสายพินพันธุ์ไม้

 

ใส่ความเห็น

© Copyright 2017 Welovethaiking.com , all rights reserved