คนเรามักเห็นคุณค่าของสิ่งสำคัญใกล้ตัว เมื่อเราสูญเสียสิ่งนั้นไปแล้ว


....คนเรามักเห็นคุณค่าของสิ่งสำคัญใกล้ตัว


เมื่อเราสูญเสียสิ่งนั้นไปแล้ว...........


................

เมื่อมี Idol แล้วเราต้อง I do


I do คือ ลงมือทำ 95 เปอร์เซ็นต์ และ การคิด 1 เปอร์เซ็นต์ แล้ว พูด 4 เปอร์เซ็นต์


.... ถ้าเรามัวแต่คิด มัวแต่พูด แต่ไม่เคยลงมือกระทำ การกระทำกิจการงานสิ่งใดให้บังเกิดผลนั้น ควรคิดน้อย พูดน้อย แล้วลงมือทำ เป็นการทำด้วยมือและหัวใจ ไม่ใช่ทำด้วยปาก

ดังพระบรมราโชวาทที่กล่าวไว้ในหนังสือ ‘พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวกับงานด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี’ ความตอนหนึ่งว่า …

“.......ถ้ามัวแต่ไปคิดอย่างนักวิทยาศาสตร์ ทำอะไรไม่สำเร็จหรอก

..คิดอะไรก็ทำไปเลย ผิดถูกค่อยแก้ไป

..แล้วเดี๋ยวมันก็ค่อยๆ ได้ ออกมาเอง

ถ้ามัวแต่คิดแล้วไม่กล้าทำ

มันจะไม่มีอะไร.สำเร็จขึ้นมาสักอย่าง...............”



......................

ท่านสวัสดิ์ วัฒนายากร องคมนตรี ในรัชสมัยในหลวง ร.9 ได้กรุณาเล่าถึงประสบการณ์ที่ได้ตามเสด็จฯ ในวันทรงงานว่า หนทางที่เสด็จฯ ไปนั้นบางคราวทุรกันดารมาก

มีอยู่ครั้งหนึ่งนอกจากหนทางเสด็จฯ จะทุรกันดารเป็นหลุมเป็นบ่อ อย่างที่ทรงเรียกว่าทาง “ดิสโก้” แล้ว ผู้นำเสด็จฯ ยังนำหลงทางอีกด้วย

จนพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว(ร.9) ต้องทรง “นำทาง” ผู้นำเสด็จฯ แทน และแม้พระอาทิตย์จะลับขอบฟ้า หนทางข้างหน้าเริ่มมืดมิด

แต่เมื่อทรงมุ่งมั่นแล้วก็ไม่ทรงคำนึงถึงความยากลำบาก

 “…ไปถึงจุดก็มืดค่ำแล้วครับ รถไปถึงแล้วต้องทรงพระดำเนินอีกเป็นกิโลสองกิโลท่ามกลางความมืด ไปเจอบ้านชาวบ้านมีรั้วลวดหนามกั้น

ผมจำได้ว่าเป็นรั้วลวดหนามที่ค่อนข้างสูง ก้าวข้ามไม่ได้ ต้องใช้มือดึงรั้วขึ้น

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวต้องทรงลอดรั้วลวดหนาม

คิดดูสิครับ มีพระเจ้าแผ่นดินที่ไหนที่ต้องมาลอดรั้วลวดหนาม เพื่อมาช่วยเหลือราษฎร

แล้วท่านยังหันมารับสั่งกับผมว่า อธิบดีอย่าลืมมาซ่อมรั้วให้เขาด้วยนะ…”



................

“…ที่สบายๆ นั้นไม่ค่อยเสด็จฯ หรอกครับ เพราะที่สบาย ๆ นั้นไม่มีปัญหา

ส่วนมากจะเสด็จฯ ไปในที่ที่มีปัญหา คือที่ที่ทุรกันดารที่สุด…” กล่าวโดย ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล

...........

เมื่อเรารู้อยู่แล้วว่า ‘เราโชคดี’ มีสิ่งประเสริฐสูงสุด ได้เกิดมาในแผ่นดินนี้ เกิดทันในแผ่นดินที่พระเจ้าแผ่นดินรักประชาชนมากที่สุดในโลก เป็นผู้มีบุญญาธิการสูง เป็นมหาบุรุษผู้เป็นพลังแห่งแผ่นดิน  

เพราะว่า….

บุญเก่า นำเรามาส่งตรงนี้

บุญเก่า นำเรามาส่งเป็น ‘คนไทย’ ในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชฯ รัชกาลที่ 9 พระองค์นี้

นี่คือ โอกาสทองของชีวิตที่เราจะร่วมกันตามรอยเบื้องพระยุคลบาท

นี่คือ ช่วงเวลาสำคัญที่จะเกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวในสังสารวัฏ

ไม่สามารถย้อนกลับมาได้อีก และไม่สามารถเกิดซ้ำได้อีก

สาเหตุที่กล่าวว่าเป็นโอกาสทองของชีวิต เป็นเพราะ

หนึ่ง   ภพชาติต่อไป เราไม่สามารถรับประกันว่าจะได้เกิดเป็นมนุษย์อีก

สอง    หากมีโอกาสได้เกิดเป็นมนุษย์ เราไม่สามารถทราบได้ว่าจะเกิดมาเป็นคนประเทศชาติใด..........

.......



เส้นทางเดินแห่งเวลา ไม่สามารถย้อนกลับ หมุนเวียนมาใช้อีกไม่ได้ ขอโอกาสซ้ำสองก็ไม่ได้ 

เวลาเป็นสิ่งเดียวในจักรวาลที่ผ่านแล้วผ่านเลย


ถึงเวลาแล้ว ที่เราควรลุกขึ้นมาทำตาม สิ่งที่ “ในหลวง รัชกาลที่ 9” ทรงทำให้พวกเรา ‘ดู’ ทั้งชีวิต

เป็นโอกาสเพียงครั้งเดียวที่ได้เกิดขึ้นแล้วอย่างงดงามบนเส้นทางอันยาวไกลแห่งสังสารวัฏ

แล้วเราจะไม่รู้สึกเสียดายว่า เราไม่ได้ลงมือทำ ตอนที่ยังมีโอกาส!

หน้าที่ของคนไทย คือ


ทำตามสิ่งที่ในหลวง


ทรง ‘ทำให้ดู’


ทรง ‘อยู่ด้วยการให้


................................

ที่มา : คัดบางส่วนจากบทความของคุณดนัย จันทร์เจ้าฉาย เมื่อ 29 สิงหาคม 2554



 

ใส่ความเห็น

© Copyright 2017 Welovethaiking.com , all rights reserved