พระกระแสรับสั่ง “การช่วยเหลือประชาชนเป็นหน้าที่ของสถาบันพระมหากษัตริย์ต้องทำประจำอยู่แล้ว”

10418523_659955357404293_4605078015086511183_n

      เมื่อปี ๒๔๙๘ วันที่ ๒ เมษายน เป็นวันที่ปวงชนชาวไทยมีความปลื้มปีติยินดีเป็นยิ่งนัก เมื่อสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี  ทรงเป็นพระราชธิดาองค์ที่สองในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ

พระนามเดิมว่า สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิรินธรเทพรัตนราชสุดา กิติวัฒนาดุลโสภาคย์ ทรงพระราชสมภพ ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต

      และทรงมีพระนามที่บรรดาข้าราชบริพารเรียกกันทั่วไปว่า “ทูลกระหม่อมน้อย”

s905 60 4

     พระองค์มีพระปรีชาสามารถในหลาย ๆ ด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางด้านอักษรศาสตร์และดนตรีไทย ซึ่งพระองค์ได้ทรงนำมาใช้ในการอนุรักษ์ ส่งเสริม และให้การอุปถัมภ์ในด้านศิลปวัฒนธรรมของประเทศ ทรงประกอบพระราชกรณียกิจในด้านต่าง ๆ เช่น ด้านการศึกษา การพัฒนาสังคม

      โดยทรงมีโครงการในพระราชดำริส่วนพระองค์หลายหลากโครงการ ซึ่งโครงการในระยะเริ่มต้นนั้น ทรงมุ่งเน้นทางด้านการแก้ปัญหาการขาดสารอาหารของเด็กในท้องถิ่นทุรกันดาร และพัฒนามาสู่การให้ความสำคัญทางด้านการศึกษาเพื่อการพัฒนาราษฎร

       โดยเมื่อพระองค์ทรงสำเร็จการศึกษาในระดับอุดมศึกษาแล้ว ทรงเข้ารับราชการเป็นพระอาจารย์ประจำกองวิชากฎหมายและสังคมศาสตร์ ส่วนการศึกษา โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า พระองค์จึงทรงเป็น “ทูลกระหม่อมอาจารย์” สำหรับนักเรียนนายร้อย

        และทรงรับเชิญเป็นพระอาจารย์สอนในสถาบันอุดมศึกษาต่าง ๆ เช่น จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยเฉพาะที่มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒนั้น พระองค์ได้รับการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้เป็นศาสตราจารย์พิเศษ สาขาพัฒนาศึกษาศาสตร์ด้วย

       ในปี ๒๕๒๕ ทรงพระราชดำริให้ก่อตั้งโรงเรียนพระตำหนักสวนกุหลาบ ขึ้นในพระบรมมหาราชวัง เพื่อเปิดโอกาสทางการศึกษาให้กับบุตรหลานข้าราชบริพารและประชาชนทั่วไป รวมถึงเสด็จพระราชดำเนินไปในงานปิดภาคเรียนของโรงเรียนทุกครั้ง เพื่อพระราชทานทุนพระราชทานส่งเสริมการเรียนดี และพระราชทานประกาศนียบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาขั้นพื้นฐานจากสถานศึกษาต่าง ๆ

คือ โรงเรียนพระตำหนักสวนกุหลาบ วิทยาลัยในวังชาย วิทยาลัยในวังหญิง โรงเรียนผู้ใหญ่พระดาบส ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนกาญจนาภิเษก (วิทยาลัยในวัง) กาญจนาภิเษกวิทยาลัย (ช่างทองหลวง)

       พระองค์มีพระปรีชาสามารถในหลาย ๆ ด้าน โดยทรงสนพระทัยงานด้านการพัฒนา ซึ่งถือเป็นงานหลักที่พระองค์ทรงงานควบคู่กับงานวิชาการ พระองค์ทรงเรียนรู้งานทางด้านพัฒนาจากการตามเสด็จพระราชดำเนิน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ร.๙ และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ ๙ ไปทรงเยี่ยมประชาชนในถิ่นทุรกันดารต่าง ๆ ทั่วประเทศ

251883

        จากการที่พระองค์ทรงได้เสด็จฯ ไปตามสถานที่ต่าง ๆ มากมาย พระองค์ทรงนำความรู้ที่ได้จากการลงพื้นที่จริงมาใช้ในงานด้านการพัฒนาสังคม นำไปสู่โครงการตามพระราชดำริส่วนพระองค์มากมาย

       โดยโครงการตามพระราชดำริในระยะเริ่มแรกนั้น พระองค์ทรงงานเกี่ยวกับเด็กนักเรียนในพื้นที่ทุรกันดารที่มีปัญหาขาดสารอาหาร ทรงพระราชดำริส่งเสริมให้นักเรียนปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ แล้วนำมาประกอบเป็นอาหารกลางวันรับประทาน

โครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวัน จนถึงโครงการในพระราชดำริในระยะต่อมา

       การอุทิศพระองค์ ทรงงานลำบากตรากตรำอย่างมิเคยทรงแสดงความเหน็ดเหนื่อยให้ปรากฏต่อสายตาราษฎร และและทรงเอาพระทัยใส่ในพระราชกรณียกิจอย่างต่อเนื่องไม่ว่างานนั้นจะยากลำบากปานใด

      ทั้งยังทรงมีกระแสรับสั่งว่า “การช่วยเหลือประชาชนเป็นหน้าที่ของสถาบันพระมหากษัตริย์ต้องทำประจำอยู่แล้ว” 

ซึ่งประชาชนชาวไทยได้ประจักษ์แจ้งชัดกันทั้งประเทศว่า “น้ำพระทัย” ของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ นั้นยิ่งใหญ่ไพศาลเพียงใด

     โครงการในพระราชดำริในระยะต่อมา สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารีทรงมุ่งเน้นทางด้านการศึกษามากขึ้น เนื่องจากพระองค์ทรงพระราชดำริว่า การศึกษาเป็นปัจจัยหลักในการสร้างและพัฒนาความรู้ ความคิด ตลอดจนความประพฤติและคุณงามความดีของบุคคล ผ่านการอบรมบ่มนิสัยตามวิถีของความเป็นคนดี  รวมทั้งจะเป็นเครื่องมือในการประกอบอาชีพสร้างฐานะครอบครัว

        โดยพระองค์ทรงตั้งพระทัยให้ประชาชนทุกระดับชั้นสามารถได้รับการศึกษาอย่างเท่าเทียมกัน ซึ่งถือเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่ประชาชนควรได้รับจากรัฐ

ซึ่งปัจจุบันมีโรงเรียนในสังกัดต่างๆ มากมาย ได้แก่ สังกัดกองบัญชาการตำรวยตระเวนชายแดน จำนวน ๑๗๙ แห่ง

สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ๑๘๕ แห่ง สังกัดสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย

ศูนย์การเรียนรู้ชุมชนไทยภูเขา “แม่ฟ้าหลวง” ๒๖๖ แห่ง สังกัดสำนักงานพระพุทธศาสนา ๔๙ แห่ง สังกัดสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน ๑๕ แห่ง สังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ๓๘ แห่ง สังกัดกรุงเทพมหานคร ๒๕ แห่ง

ตลอดจนโรงเรียนในโครงการตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ในต่างประเทศอีก ๗๕ แห่ง

3635

        “…เรื่องการศึกษา ต้องเน้นคุณภาพและโอกาสในการศึกษา ไม่ใช่จะสอนอย่างไรก็ได้ โดยไม่มีหลักเกณฑ์ เพราะการศึกษาเป็นกระบวนการที่ทำให้คนมีความรู้และมีคุณสมบัติต่างๆ ช่วยให้คนนั้นอยู่รอดในโลกได้ เป็นประโยชน์ต่อตนเอง ครอบครัว และสังคมส่วนรวม เด็กที่ด้อยโอกาสแม้จะมีสาเหตุพื้นฐานของความด้อยโอกาสแตกต่างกัน แต่ก็ถือว่าทุกคนมีสิทธิขั้นพื้นฐานเท่าเทียมกัน หากได้รับโอกาสทางการศึกษาจะช่วยได้มาก เราช่วยเหลือเด็กที่อยู่ในถิ่นทุรกันดาร เด็กในส่วนที่ไม่มีบริการทางการศึกษา เด็กกำพร้า เด็กที่ร่างกายบกพร่อง พิการ แม้แต่พิการทางสมอง ลูกผู้ลี้ภัย และผู้ใหญ่ที่เป็นผู้ต้องขังหรือผู้ต้องโทษ เราพยายามที่จะทำให้เกิดโอกาสในการศึกษา…” (พระราชดำรัสจากหนังสือ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงบรรยายเรื่องการพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร)

       นอกจากนี้ การที่พระองค์ได้เสด็จพระราชดำเนินไปยังถิ่นทุรกันดาร ทำให้พระองค์ทอดพระเนตรเห็นถึงปัญหาทางด้านสุขภาพอนามัยของราษฎรในชนบท พระองค์จึงมีพระราชดำริจัดทำโครงการต่าง ๆ เพื่อแก้ไขปัญหาสุขภาพอนามัยของราษฎร โครงการแรกที่พระองค์ทรงเริ่ม ได้แก่ โครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวัน เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนอาหารกลางวันของเด็กนักเรียน ซึ่งโครงการนี้นอกจากจะแก้ปัญหาการขาดแคลนอาหารกลางวันแล้วยังช่วยให้นักเรียนมีความรู้ทางด้านโภชนาการและการเกษตรด้วย

        และปัญหาที่สำคัญอีกประการหนึ่ง นั่นคือ การระบาดของโรคคอพอกเนื่องจากการขาดสารไอโอดีน พระองค์ทรงแก้ไขปัญหานี้ โดยทรงริเริ่ม โครงการควบคุมโรคขาดสารไอโอดีน ด้วยการรณรงค์ให้มีการใช้เกลือไอโอดีนหรือหยดไอโอดีนในการประกอบอาหาร และอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับการขาดไอโอดีน ซึ่งเป็นโครงการที่เสริมการทำงานของกระทรวงสาธารณสุข รวมทั้ง ให้ความสำคัญต่อสุขภาพอนามัยของแม่และเด็กในถิ่นทุรกันดารด้วย

       โดยพระองค์ทรงเริ่มโครงการส่งเสริมโภชนาการและสุขภาพอนามัยแม่และเด็กในถิ่นทุรกันดารเพื่อให้แม่และเด็กได้รับบริการทางด้านอนามัยอย่างเหมาะสม รวมทั้ง ได้รับโภชนาการที่ถูกต้องและเหมาะสมในแต่ละพื้นที่ ตลอดจนทรงจัดตั้งหน่วยแพทย์พระราชทานและหน่วยทันตกรรมพระราชทาน เพื่อออกตรวจรักษาราษฎรในถิ่นทุรกันดารที่พระองค์เสด็จฯ เยี่ยมในแต่ละครั้ง รวมทั้งทรงรับผู้ป่วยที่ยากจนเป็นคนไข้ในพระราชานุเคราะห์ด้วย

       ตลอดระยะเวลานับแต่ยังทรงพระเยาว์  สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระวิริยะอุตสาหะ  มุ่งมั่นปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานัปการ เพื่อประเทศชาติและประชาชนชาวไทย

       ทรงเจริญรอยตามเบื้องพระยุคลบาท พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ร.๙ และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในการบำบัดทุกข์บำรุงสุขแก่อาณาประชาราษฎร์ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนให้มีความสุข อยู่ดีกินดี ด้วยการเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมเยียนราษฎรเพื่อทรงศึกษาและหาทางแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ให้แก่ราษฎรในทุกพื้นที่ของประเทศไทย

       โดยได้พระราชทานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริมากมาย เพื่อพัฒนาประชาชนและประเทศให้ก้าวหน้าหรือเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น โดยทรงยึดหลักในการดำเนินโครงการว่า ต้องเป็นการพัฒนาที่ใช้ทรัพยากรธรรมชาติให้เกิดประโยชน์สูงสุด และไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม โดยมุ่งประโยชน์ให้เกิดแก่ส่วนรวมและประเทศชาติอย่างแท้จริง จึงจะเป็น “การพัฒนาอย่างยั่งยืน”

       โดยเมื่อยังทรงพระเยาว์ ได้โดยเสด็จพระบรมชนกนาถและสมเด็จพระบรมราชชนนี ไปในการเยี่ยมราษฎรในภูมิภาคต่างๆของประเทศตลอดมา ทรงสั่งสมพระประสบการณ์เกี่ยวกับบ้านเมืองและราษฎร ทำให้ทรงปฏิบัติพระภารกิจได้เป็นผลสำเร็จลุล่วง ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจด้านต่างๆ นานัปการ ทั้งที่ทรงปฏิบัติแทนพระองค์ และทรงปฏิบัติในส่วนพระองค์เอง

T0008_0006_01

        พระราชกรณียกิจทั้งปวงล้วนมีการสร้างสรรค์ความผาสุกแก่ประชาชน นำความเจริญไพบูลย์และความมั่นคงมาสู่ประเทศชาติ  ดังเช่น ทรงเริ่มดำเนินงานในสถานศึกษาก่อน หากท้องถิ่นใดยังไม่มีสถานศึกษาก็มีพระราชดำริให้เข้าไปรวมกลุ่มเด็กในพื้นที่จัดตั้งเป็นศูนย์การเรียนชุมชนหรือโรงเรียน แล้วทำกิจกรรมเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตผ่านกระบวนการทางการศึกษา เช่น โครงการพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร การส่งเสริมอนามัยแม่และเด็ก การส่งเสริมโภชนาการเด็กเล็ก การป้องกันโรค  การพัฒนาครู การพัฒนาห้องสมุดและสื่อการเรียนการสอน การจัดตั้งและพัฒนาสถานศึกษา การพัฒนาการเรียนการสอน รวมถึงการพัฒนาอาชีพและสหกรณ์โรงเรียน การอนุรักษ์วัฒนธรรม หลังจากนั้นจึงขยายการพัฒนาไปสู่ชุมชน

        นอกจากนี้ ยังเสด็จพระราชดำเนินด้วยพระองค์เองไปตามลำพัง  เพื่อทรงปฏิบัติพระราชกิจอันเกี่ยวเนื่องกับการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และโครงการพัฒนาเพื่อสงเคราะห์พสกนิกรในส่วนของพระองค์เอง  ซึ่งเป็นงานที่ล้วนแล้วแต่มีวัตถุประสงค์ เพื่อความอยู่ดีมีสุขของพสกนิกรชาวไทยทั้งสิ้น

        สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธรฯ ทรงเป็นพระผู้ตามรอยเบื้องพระยุคลบาท ไปบนเส้นทางสายเดียวกับที่พระบรมราชชนกชนนี เสด็จพระราชดำเนินไป โดยแท้

        หากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จฯ ไปปรากฏพระองค์อยู่ ณ ที่ใด สมเด็จพระเทพฯ ก็จะเสด็จฯ ตามติดพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ไม่เคยห่าง

        ในส่วนของสำนักงาน กปร. ซึ่งเป็นหน่วยงานกลางประสานหน่วยงานต่างๆทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อสนองพระราชดำริให้เป็นไปตามพระราชประสงค์ โดยได้มีโอกาสตามเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และพระบรมวงศ์

        ขณะเดียวกันก็ได้รับพระมหากรุณาธิคุณในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานแนะนำเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาในการดำเนินงานต่าง ๆ อยู่เสมอมา ได้เห็นพระวิริยะอุตสาหะที่ทรงอุทิศพระวรกายในการเสด็จ ฯไปทรงเยี่ยมราษฎร เพื่อทรงศึกษาและแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ

d5

          นอกจากนี้ ทรงให้คำแนะนำบทบาทหน้าที่และการทำงานของสำนักงาน กปร.ว่า การช่วยเหลือประชาชนในลักษณะของการดำเนินการต่างๆนั้น ต้องให้ทันต่อสถานการณ์ และประชาชนผู้สนใจสามารถนำไปปฏิบัติได้จริงด้วยวิธีการง่ายๆ ประหยัด และไม่สลับซับซ้อนเกินไป  เพื่อที่จะได้นำไปเป็นต้นแบบ และเป็นแนวทางในการประกอบอาชีพที่เหมาะสม เพื่อชีวิตความเป็นอยู่ และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

          อีกสิ่งหนึ่งที่นับได้ว่าเป็นคุณลักษณะพิเศษที่เห็นเด่นชัด ในพระบุคลิกลักษณะของพระองค์ ซึ่งผู้ที่เคยได้เฝ้าฯถวายงาน หรือเฝ้าฯในโอกาสอื่นใด ทั้งผู้ใกล้ชิดและมิเคยใกล้ชิด จะได้พบความเรียบง่ายไม่ถือพระองค์มีพระปิยวาจาที่อ่อนหวานเป็นกันเอง และมีพระอารมณ์ขันแทรกอยู่เป็นเนืองนิตย์ ทรงจำชื่อผู้คนต่างๆ และเรื่องราวที่เกี่ยวข้องได้มากมายน่าประหลาด และสามารถกล่าวถึงได้อย่างถูกต้อง แม้เรื่องรายละเอียดเล็กน้อย ทำให้ผู้ที่ได้รับใช้ ถวายงาน มีความรู้สึกผ่อนคลาย  เกิดความภาคภูมิใจ และพร้อมที่จะทำงานถวายอย่างสุดชีวิต

         ในโอกาสที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเจริญพระชนมายุครบ ๕ รอบ๖๐ พรรษา ในวันที่ ๒เมษายน ๒๕๕๘ สำนักงาน กปร. ขอถวายพระพร ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน.

………………………………

ใส่ความเห็น

© Copyright 2018 Welovethaiking.com , all rights reserved