กฤษณา ช่างยา จ.มหาสารคาม : ทิ้งงานประจำ.ปลูกตะไคร้รับเกือบแสน.เล็งตัดใบทำชาส่งออกจีน.

 


อดีตบรรณารักษ์ทิ้งงานประจำ.ปลูกตะไคร้ 30 ไร่ ได้เดือนละเกือบแสน.เล็งตัดใบทำชาส่งออกจีน

ตะไคร้ถือเป็นพืชทางเลือกหนึ่งของเกษตรกร ที่นอกจากศัตรูพืชค่อนข้างน้อย ดูแลง่ายและเป็นที่ต้องการของตลาดอย่างกว้างขวาง จึงทำให้คุณกฤษณา ช่างยา อดีตบรรณารักษ์ หันหลังให้งานประจำในรั้วมหาวิทยาลัย ก้าวสู่อาชีพเกษตรกร โดยพลิกผืนนากว่า 30 ไร่ ปลูกตะไคร้ 3 สายพันธุ์ ขายทั้งหัวสดและตากแห้ง ล่าสุดยอดขายนับแสนบาทต่อเดือน พร้อมขยายเครือข่ายเกษตร เล็งโอกาสตะไคร้ตัดใบส่งออกประเทศจีนเพื่อทำชา


(ขอขอบคุณ ยูทูป ช่อง NOW26)


นางกฤษณา ช่างยา อายุ 33 ปี เจ้าของสวน “บ้านตะไคร้มหาสารคาม” บ้านโขงกุดเวียน ต.ขามเรียง อ.กันทรวิชัย จ.มหาสารคาม กล่าวว่า ก่อนหน้านั้นทำอาชีพเป็นบรรณารักษ์ ที่คณะแพทย์ศาสตร์ ม. มหาสารคาม ควบคู่กับการปลูกต้นดาวเรืองตัดดอกขายส่งตลาดไท

ต่อมาได้เห็นตลาดการซื้อขายตะไคร้ที่มีโอกาสทำรายได้เพิ่มให้กับครอบครัว จึงลองปรึกษาครอบครัวและทดลองปลูกตะไคร้

โดยแบ่งที่นาเดิมมาขุดร่องทำแปลงปลูก ไม่นานยอดการสั่งซื้อตะไคร้ที่สวนเพิ่มมากขึ้น

ทำให้ตัดสินใจลาออกจากงานประจำ มาปลูกทำตะไคร้เต็มตัว โดยลงทุนปรับที่นาพื้นที่ 30 ไร่ ปลูกตะไคร้ 3 สายพันธุ์ คือ ตะไคร้แดง ซึ่งเป็นตะไคร้พันธุ์พื้นบ้าน ตะไคร้ขาวเกษตร และตะไคร้หยวก



ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นกลุ่มอุตสาหกรรมอาหาร ได้แก่ โรงงานทำพริกแกง โรงงานผลิตผงปรุงรสบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป

นอกจากนี้ยังมีกลุ่มวิสาหกิจชุมชนรับตะไคร้ตากแห้งไปทำวัตถุดิบสมุนไพรหรือลูกประคบ

และกำลังจะเปิดตลาดใหม่ คือ ตะไคร้ตัดใบโดยมีคำสั่งซื้อส่งออกไปยังไปเทศจีน เพื่อทำชาใบตะไคร้ที่กำลังเป็นที่นิยมมากในหมู่ชาวจีน

ตะไคร้ จัดเป็นพืชผักสวนครัวอีกชนิดหนึ่งที่ปลูกและดูแลรักษาไม่ยุ่งยาก โดยเฉพาะถ้าปลูกในสภาพดินแทบทุกชนิด

แต่ถ้าเป็นดินร่วนปนทรายจะดีที่สุด เพราะจะแตกรากและกอได้ดี โดยเคล็ดลับของการปลูกตะไคร้ของที่นี่

เริ่มจากไถตีแปลง พรวนดิน แล้วเตรียมต้นพันธุ์ที่ตัดใบออก ให้เหลือต้นยาว ประมาณ30-40เซนติเมตร มาไว้ในที่ร่มและรดน้ำเช้าเย็นประมาณ 3-5 วัน เพื่อให้รากงอก รากที่แก่เต็มที่จะมีสีเหลืองเข้ม

นำไปปลูกในแปลง เว้นระยะแต่ละกอกว้างคูณยาว 1 เมตร คูณ 1 เมตร

ถ้าเป็นตะไคร้ตัดใบ จะลดระยะความกว้างของร่องและต้นลงมาเหลือ 50-70 เซนติเมตร ส่วนการวางต้นพันธุ์ ให้วางเอียง 45 องศา ไปด้านใดด้านหนึ่งแล้วกลบดิน

ในระยะ 2 สัปดาห์แรก จะต้องให้น้ำสม่ำเสมอวันละ 2 ครั้ง เช้าเย็น จนตะไคร้แตกใบ

จากนั้นเหลือให้น้ำวันละครั้ง ส่วนการให้น้ำจะใช้สายน้ำหยด หรือระบบสปริงเกอร์ก็ได้ ตามที่ผู้ปลูกถนัดหรือตามพื้นที่ของเจ้าของสวน

ตะไคร้มีศัตรูพืชค่อนข้างน้อยมาก ดูแลง่าย ตะไคร้หัวอายุเก็บเกี่ยว 6 เดือน ส่วนตะไคร้ตัดใบเมื่อครบ 3 เดือนจะสามารถตัดตัดใบได้ต่อเนื่องไปจนถึง 2 ปี ซึ่งราคาตะไคร้สดเฉลี่ยอยู่ที่กิโลกรัมละ 7 – 20 บาท ขึ้นอยู่กับช่วงเวลา



หากช่วงหน้าแล้งเดือนเมษายน – พฤษภาคม ตะไคร้จะมีราคาสูงประมาณเกือบ 20 บาท

ส่วนตะไคร้ตากแห้งกิโลกรัมละ 14 - 20 บาท สำหรับยอดขายต่อเดือนของตน ตะไคร้หัวสด มีลูกค้าจากโรงงานมารับซื้อสัปดาห์ละประมาณ 10 ตัน

และกลุ่มวิสาหกิจชุมชนมารับซื้อตะไคร้ตากแห้งอีกเดือนละนับร้อยกิโลกรัม ยอดขายต่อเดือนไม่ต่ำกว่า 100,000 บาท



ปัจจุบัน สวนบ้านตะไคร้มหาสารคาม ได้ขยายเครือข่ายมีผู้ปลูกจากในจังหวัดมหาสารคามและใกล้เคียง รวมพื้นที่มากกว่า 100 ไร่ แต่ยังไม่พอต่อกำลังการสั่งซื้อของลูกค้า

ยังต้องการเกษตรกรร่วมปลูกตะไคร้ส่งขายอีกเป็นจำนวนมาก

 เกษตรกรผู้สนใจ “สามารถร่วมเป็นเครือข่าย” โดยสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ที่หมายเลขโทรศัพท์ 063-768 5685

หรือเข้าไปดูรายละเอียดผ่านทาง “เฟสบุ๊ค บ้านตะไคร้มหาสารคาม” (คลิกเลย)



................................................


ที่มา : คมชัดลึก http://www.komchadluek.net/news/regional/266728

ใส่ความเห็น

© Copyright 2017 Welovethaiking.com , all rights reserved